:: ฮ.ฮูก ดอทตอม :: ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเด็กไทย
การจัดทำระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (e-library) เผยแพร่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ 1) เพื่อพัฒนาระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์ครบ 60 ปี 2) เพื่อใช้ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เป็นแหล่งการเรียนรู้ดิจิตอลครอบคลุมทุกกลุ่มสาระ ให้บริการแก่นักเรียน บุคลากร ทั้งในและนอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
เนื่องด้วยในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติครบ 60 ปี ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ ในฐานะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตของโรงเรียน ตระหนักถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการเรียนรู้ รวมทั้งยกระดับภูมิปัญญาและคุณภาพของหลักสูตรวิชาการศึกษาต่าง ๆ ให้สูงขึ้น โดยประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศในการจัดการความรู้ทุกแขนง เผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สามารถรองรับเนื้อหาที่เป็นดิจิตอล (Digital Content) ที่มีการนำเสนอได้หลากหลายรูปแบบ เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ และสื่อมัลติมีเดีย เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเรียนรู้ จึงได้จัดทำ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ( elibrary) ขึ้นเพื่อ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์ครบ 60 ปี และเป็นแหล่งการเรียนรู้ดิจิตอล ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระ ให้บริการแก่นักเรียน บุคลากร ทั้งในและนอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (internet) อันเป็น การสร้างองค์ความรู้เพื่อให้เป็นคลังปัญญาแก่พลเมืองของชาติ และเป็นการสร้างต้นทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) ที่มีคุณค่ายิ่ง สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนในหมวด 9 เพื่อให้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอย่างจริงจัง
จากการดำเนินงานพบว่าระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้น สามารถส่งเสริมและใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถบันทึกลงบนแผ่นข้อมูลเพื่อใช้งานในระบบออฟไลน์ ( Offline internet ) ทำให้สามารถขยายผลไปยังพื้นที่ซึ่งไม่สามารถใช้งานในระบบอินเทอร์เน็ตได้ เป็นการลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการเรียนรู้ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสได้เข้ามาเรียนรู้จากระบบที่พัฒนาขึ้นได้ต่อไป

ที่มาและความสำคัญ
เทคโนโลยีเพื่อการศึกษามีความสำคัญต่อการจัดการศึกษาในสังคมยุคสารสนเทศเป็นอย่างมาก วิถีทางของการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอนในยุคสารสนเทศจะเป็นการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผนวกกับระบบการสื่อสารทางไกล เรียกเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต (Internet) โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนในหมวด 9 เพื่อให้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอย่างจริงจัง จอร์จี (Georgie. 1999) ได้กล่าวถึงการลงทุนเพื่อการศึกษาว่า ควรมีการลงทุนเพื่อใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการศึกษา ซึ่งอินเทอร์เน็ตจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องกระทำควบคู่กันไปกับการจัดการศึกษายุคใหม่
ด้วยอิทธิพลของความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีเครือข่ายโยงใยทั่วโลก รวมกันเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต ทำให้สังคมเปลี่ยนไปเป็นสังคมสารสนเทศ โลกจะถูกหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวแบบไร้พรมแดน กิจกรรมทุกสิ่งจะถูกเชื่อมโยงเข้าถึงกัน ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นด้านการศึกษาก็คือก่อให้เกิดกระแสข่าวสารข้อมูล ความรู้ การแสวงหาความรู้ การกระจายข่าวสารข้อมูลทำให้การเรียนรู้มีความสะดวก ง่าย และรวดเร็วในหลายรูปแบบ วิคกี (Vicky. 1998) ได้ศึกษาวิจัยพบว่าการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ตจะทำให้ลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย อีกทั้งเหมาะสมที่จะใช้เพื่อการเรียนการสอนให้กับนักเรียนที่อาศัยต่างพื้นที่ได้เป็นจำนวนมาก
การค้นหาแหล่งความรู้ต่าง ๆ ทั่วโลกผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และตรงกับความต้องการมากที่สุด ห้องสมุดเป็นหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่รวบรวม จัดเก็บ และให้บริการสารสนเทศ เพื่อการศึกษาค้นคว้าแก่อาจารย์ นักศึกษา นักวิจัย และบุคลากรของโรงเรียน ดังนั้นเมื่อมีการพัฒนาของเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และนำเอามาประยุกต์ใช้กับงานห้องสมุด ทำให้มีรูปแบบของห้องสมุดใหม่ ๆ เกิดขึ้น และมีชื่อเรียกต่างกัน เช่น ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Library) ห้องสมุดดิจิตอล (Digital Library) ห้องสมุดประสม (Hybrid Library) และห้องสมุดเสมือน (Virtual Library) เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร ที่เน้นให้นักเรียนสามารถค้นคว้าข้อมูลผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบอินเทอร์เน็ตจากบ้านเข้ามายังหอสมุดได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Reid ( วาสนา อภิญญาวงศ์ 2538, 26 อ้างจาก Reid 1995, 213) ให้ความหมายของคำ Virtual Library ไว้ว่าเป็นแหล่งจัดการทำสารสนเทศมาอยู่รวมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าสารนิเทศนั้นจะอยู่ในห้องสมุดแบบสมัยก่อน ๆ ที่เป็นเพียงสถานที่จัดเก็บหนังสือหรือเป็นห้องสมุดสมัยใหม่ที่มีการใช้ระบบการสื่อสารทางไกลและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้เข้าถึงสารสนเทศได้อย่างรวดเร็วก็ตาม และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ผู้ใช้สามารถค้นหาสารสนเทศเองได้ นอกจากนั้นยังมีการดึงสารสนเทศจากห้องสมุดที่ผู้ใช้กำลังศึกษาอยู่หรือจากแหล่งสารนิเทศภายนอกมาบรรจุให้ผู้ใช้ได้เข้าถึงสารสนเทศได้ครบถ้วนและง่าย
ผู้เรียนสามารถสืบค้นข้อมูลสารสนเทศได้ทั่วโลกโดยไม่จำเป็นว่าข้อมูลนั้นจะมาจากส่วนใด เครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นแหล่งรวบรวมขุมทรัพย์ทางปัญญาอย่างมากมาย ในลักษณะที่สื่อประเภทอื่นไม่สามารถกระทำได้ ผู้เรียนจะมีความสะดวกต่อการค้นหาข้อมูลในลักษณะใดก็ได้ เช่น การค้นหาหนังสือหรืออ่านบทคัดย่อจากห้องสมุดออนไลน์ , การเข้าไปอ่านหนังสือนิตยสารต่าง ๆ วรรณกรรม , ตำรา , วารสาร หรือเอกสารทางวิชาการบนเครือข่าย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนในต่างจังหวัด โรงเรียนในเมือง หรือโรงเรียนในต่างประเทศ ก็สามารถเข้าไปใช้เครือข่ายได้อย่างเท่าเทียมกัน เกิดทักษะการคิดอย่างมีระบบ (high-order thinking skills) โดยเฉพาะทักษะการวิเคราะห์แบบสืบค้น (inquiry-based analytical skills), การคิดเชิงวิเคราะห์ (critical thinking), การวิเคราะห์ข้อมูล , การแก้ปัญหา และการคิดอย่างอิสระ
โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ได้เห็นความสำคัญของการส่งเสริมการเรียนรู้ใช้ระบบ ICT อีกทั้งเพื่อเป็นการสนองนโยบาย ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ตระหนักถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการเรียนรู้ รวมทั้งยกระดับภูมิปัญญาและคุณภาพของหลักสูตรวิชาการศึกษาต่าง ๆ ให้สูงขึ้น โดยประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการความรู้ทุกแขนงเผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สามารถรองรับเนื้อหาที่เป็นดิจิตอล (Digital Content) ที่มีการนำเสนอได้หลากหลายรูปแบบ เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ และสื่อมัลติมีเดียที่สถานศึกษาจัดทำขึ้น เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเรียนรู้ จึงได้พัฒนาห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาเพื่อให้แก่นักเรียนและผู้สนใจทั่วไป สำหรับการพัฒนาระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์นั้น โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ได้พัฒนาบนพื้นฐานภาษา HTML (Hypertext Markup Language) เป็นหลัก ด้วยเหตุว่าสามารถเผยแพร่ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ในระบบออฟไลน์ ( Offline internet ) โดยการบันทึกลงบนสื่อบันทึกข้อมูลในปัจจุบัน ทำให้สามารถเปิดอ่านจากเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด หรือขณะใดก็ตาม โดยไม่จำเป็นต้องออนไลน์ ( Online ) กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางด้านโอกาสทางการศึกษา ช่วยให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้มีโอกาสเรียนรู้จากความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ( e-library ) เฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์ครบ 60 ปี
2. เพื่อใช้ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ( e-library ) เป็นแหล่ง การเรียนรู้ดิจิตอล ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระ ให้บริการแก่นักเรียน บุคลากร ทั้งในและนอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

แนวทางการพัฒนาและผลการดำเนินงาน
สภาพปัญหาก่อนการพัฒนา

จากสภาพการเรียนการสอนในโรงเรียน โดยมีคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และการค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ จากสภาพความพร้อมของผู้ใช้บริการที่มีพื้นฐานต่างกันทำให้บางครั้งไม่สามารถสืบค้นที่ต้องการตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ หรือข้อมูลที่ได้ก็ไม่ดึงดูดความสนใจของผู้ใช้บริการ เนื่องจากผู้ใช้บริการส่วนใหญ่อยู่ในระดับประถมศึกษาที่มีความสนใจต่อข้อมูลในระยะสั้น ถ้าเนื้อหาไม่มีความน่าสนใจจะไม่สามารถดึงดูดผู้ใช้บริการให้ได้องค์ความรู้ที่ต้องการได้เลย
การออกแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา
จากการให้บริการห้องสมุดแบบเดิมที่ให้บริการผ่านสื่อที่เป็นรูปแบบเอกสาร ภาพนิ่ง มีการเปิดปิดเป็นเวลา อีกทั้งยังต้องมีบรรณารักษ์คอยให้บริการแก่ผู้ใช้ และต้องมีจำนวนของหนังสือที่พอเพียงต่อผู้ใช้บริการ ต้องถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นการจัดการทรัพยากรสารสนเทศด้วยคอมพิวเตอร์ให้เข้าถึงโดยทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งความสามารถในการจัดเก็บ รวบรวมและนำส่งสารสนเทศสู่ผู้ใช้โดยทางอิเล็กทรอนิกส์ สามารถนำเสนอข้อมูลในลักษณะมัลติมิเดีย ที่ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งในรูปแบบออนไลน์ ( Online ) และออฟไลน์ ( Offline ) เพื่อให้สามารถขยายผลไปทุกพื้นที่เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านโอกาสทางการศึกษา
ขั้นตอนการดำเนินงานพัฒนา
1. วิเคราะห์โครงสร้างเนื้อหาตามกลุ่มสาระ
2. รวบรวมข้อมูลสนเทศจากแหล่งต่าง ๆ
3. ศึกษาโปรแกรมและภาษาที่จะนำมาใช้ในการพัฒนา
4. ดำเนินการจัดตามโครงสร้างเนื้อหา
5. ทดสอบการทำงานส่วนต่าง ๆ ของระบบ เช่น web board, e-mail, Search
6. วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลการดำเนินงาน
ผลงานที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน
โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่มีห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ( e-library ) ให้บริการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระในเว็บไซต์ http://elibrary.abcm.ac.th (www.horhook.com) ทำให้นักเรียนและบุคคลทั่วไป ได้เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์จากห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้น นอกเหนือจากที่ได้รับภายในห้องเรียนและช่วยให้นักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อีกทั้งสามารถบันทึกระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาขึ้นลงบนแผ่นบันทึกข้อมูล ให้สามารถใช้งานในระบบออฟไลน์ ( Offline ) โดยใช้เทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตได้
สรุปสิ่งที่เรียนรู้และการปรับปรุงให้ดีขึ้น
จากการพัฒนาระบบงานดังกล่าวพบว่า ผู้ใช้บริการยังไม่ค่อยสนใจในเนื้อหาที่นำเสนอ เป็นผลมาจากจำนวนข้อมูลที่มียังน้อยเกินไป และรูปแบบการนำเสนอในบางจุดยังขาดความน่าสนใจ อีกทั้งปัญหาทางด้านความเร็วในการติดต่อผ่านเครือข่ายที่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไม่สามารถส่งข้อมูลได้ทันท่วงที ทำให้เกิดการติดขัดในการรับข้อมูลได้ ซึ่งได้ทำการแก้ไขให้สามารถใช้งานในระบบออฟไลน์ ( Offline ) เพื่อแก้ปัญหาทางด้านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
การขยายผลและเผยแพร่ผลการพัฒนา
ได้ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ( e-library ) ให้บริการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระผ่านเว็บไซต์ http://elibrary.abcm.ac.th และสามารถบันทึกระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาขึ้นลงบนแผ่นบันทึกข้อมูล เพื่อใช้งานในระบบออฟไลน์ ( Offline ) ทำให้สามารถขยายผลไปยังกลุ่มผู้ใช้บริการที่ไม่มีโอกาสในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เข้ามาใช้งานห้องสมุดดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน

ข้อเสนอแนะและแนวทางการพัฒนา
ด้านคุณลักษณะของผู้ใช้บริการ ถ้ามีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์และภาษา จะช่วยในการใช้งาน เพื่อค้นหาข้อมูล และอื่น ๆ เป็นไปด้วยความสะดวกและได้ประโยชน์สูงสุด มากกว่าผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่ค่อยเป็นหรือขาดทักษะทางภาษา
ด้านงานบริการ ถ้ามีความรวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลที่ต้องการ และจำนวนเนื้อหาของข้อมูลที่ต้องการมีความพอเพียง ครอบคลุมเนื้อหาวิชาทุกกลุ่มสาระ มีความน่าสนใจ จะช่วยสร้างแรงจูงใจในการเข้ามาใช้บริการของผู้ใช้บริการ เนื่องจากสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้
ด้านการประชาสัมพันธ์ ควรจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของบริการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้เข้าใจถึงข้อมูลข่าวสาร และวิธีการการใช้บริการต่าง ๆ อย่างถูกต้อง ส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการได้ใช้บริการอย่างสะดวก เพื่อช่วยให้บริการบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของโรงเรียน

แนวทางในการพัฒนา
จากปัญหาของผู้ใช้บริการที่มีต่อการใช้การบริการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ค่อยเข้าใจในคำอธิบายทำให้เกิดความไม่สะดวกต่อการใช้บริการ ดังนั้น จึงควรทำวิจัยในหัวข้อ ความพึงพอใจและรูปแบบที่พึงประสงค์ของคู่มือแนะนำการใช้บริการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
ปัญหาความต้องการและความไม่เพียงพอของฐานข้อมูลที่มีให้บริการในปัจจุบัน ดังนั้นจึงควรสำรวจความต้องการของผู้ใช้บริการที่มีต่อฐานข้อมูลในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์นี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ผู้พัฒนาเห็นว่าควรมีการศึกษาปัจจัยการใช้และไม่ใช้บริการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ใช้บริการ ของโรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ต่อไป

บรรณานุกรม

ไพทูรย์ สีฟ้า. ( 2544). “ การพัฒนาระบบการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียน ไทย ”. ปริญญานิพนธ์ กศ.ด. (เทคโนโลยีการศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วาสนา อภิญญาวงศ์. 2538. “Virtual Library” ข่าวสารห้องสมุดในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 11, 3-4 ( พฤษภาคม – สิงหาคม) : 26-29.
“ ห้องสมุดในอนาคต ”. http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~spoungpa/book2.html
Georgie, Raik-Allen . (1999, 30 April). Online Education Chalks up Major Investment Cash. Red Herring Communications; San Francisco , CA 94103 . (Online). Available : http://www.celce.edu/internet/c20011425.html
Matthew, Coilek T. (2000). "Asian Studies WWW Virtual Library," The World-Wide Web Virtual Library. Internet Publications Bureau; Research School of Pacific and Asian Studies; The Australian National University , Canberra . (Online). Available : http://www.celcee.edu/internet/c20011771.html
Vicky, Phillips. (1998). "Virtual Classrooms," Nation's Business. U.S. Chamber of Commerce; Washington , DC 20062-2000 . (Online). Available : http://www.celcee.edu/all/c990708.html