คำถามน่ารู้ > เนคไทและหูกระต่าย

เนคไทและหูกระต่าย
เนคไทและหูกระต่าย ประเพณีวิธีปฎิบัติต่าง ๆ ที่เราประพฤติกันมาและอธิบายว่าเพื่อ "มารยาท" นั้น หลายอย่างทีเดียวที่เกิดจาก ความเชื่อ และ ความเชื่อก็มักเกิดจากความรู้สึกกลัวต่อสิ่งที่อธิบายด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ความตายดูเหมือนจะเป็นแหล่งที่มาของความเชื่อทั้งหลายทั้งปวงมากกว่าเรื่องอื่น แม้แต่มารยาทในเรื่องการหาวฃึ่งดูไม่น่า เกี่ยวข้องอะไร แต่ก็เกี่ยวจนได้

ฝรั่งสมัยโบราณเชื่อว่า การหาวทำให้วิญญาณออกจากร่างฉะนั้นเวลาหาวต้องเอามือปิดปากไว้ไม่ให้วิญญาณ หนีไปเหมือนกับที่เราเชื่อว่าขวัญหนี เพียงแต่ขวัญหรือวิญญาณของเราออกจากกระหม่อม ไม่ได้ออกทางปาก เขาให้ข้ออธิบายว่า เพราะสมัยนั้นเด็กเกิดมาแล้วมักจะเสียชีวิต เมื่อสังเกตดูจะเห็นเด็กหาวทันทีที่เกิด (ซึ่ง-อธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ว่าเป็นปฏิกิริยาธรรมชาติที่จะสูดเอาออกซิเจนเข้าปอด) จึงเข้าใจว่าการหาวทำให้เสียชีวิตและแน่นอนว่าเด็กนั้นเวลาหาวแล้วปิดปากตัวเองไม่ได้ แพทย์สมัยโรมันจึงแนะนำให้แม่นั่งเฝ้าเป็นพิเศษในช่วงเดือนแรก ๆ ที่คลอดออกมา เพื่อคอยปิดปากลูกน้อยของตน
ปัจจุบันมีมารยาทเรื่องการหาวเพิ่มอีกว่าให้หันหน้าไปทางอื่นแต่การแสดงความสุภาพก็มักไม่ได้บอกที่มาของประเพณีการปฏิบัติหรือการขอโทษหลังหาว ที่มาของเรื่องนี้มีว่า คนสมัยโบราณสังเกตเห็นว่าการหาวติดต่อ ถึงผู้อื่นได้ คนหนึ่งหาวคนที่อยู่ใกล้กันก็มักจะหาวตามดังนั้นถ้าการหาวเป็นอันตรายต่อผู้หาวอันตรายนี้ย่อมติดไปถึง ผู้อื่นด้วยเหมือนกับการแพร่เชื้ออหิวาตกโรค การขอโทษจึงเป็นการแสดงความเป็นญาติดีกับทูตมรณะ

วิทยาศาสตร์สมัยใหม่อธิบายการหาวว่า เป็นความต้องการออกซิเจนขึ้นมาอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะตอนเพิ่งตื่น ตอนที่ร่างกายเหน็ดเหนื่ย และเวลาออกกำลังมาก ๆ ในช่วงแรก แต่สรุปไม่ได้ว่าเหตุผลด้านร่างกายจะเกี่ยวข้องกับการหาวที่ติดต่อกันด้วยเรารู้แต่เพียงว่าภาพที่เห็นคนกำลังหาวจะส่งไปยังศูนย์รับภาพของสมอง และส่งต่อไป ศูนย์รับภาพของสมองและส่งต่อไปศูนย์ประสาทการหาว แต่ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นเป็นคำถามที่ยังมืดมนในปัจจุบันเหมือนดังเช่นที่คนสมัยโบราณไม่รู้ว่าทำไมจึงหาว


คัดลอกจาก http://kids.mweb.co.th
แก้ไข : นายธวัฒชัย ใบโสด

 
 

ออกแบบและจัดทำโดย ครูธวัฒชัย ใบโสด
โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑
๑๓๕ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ๕๐๒๐๐