กีฬา น่ารู้ > แข่งเรือใบ

กีฬาแข่งเรือใบ : Sailing

เรือใบ (Yachting) เป็นกีฬาที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฮอลแลนด์ ได้ถูกแนะนำขึ้นในประเทศอังกฤษ โดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ประมาณปี พ.ศ. 2203 หลังจากที่พระองค์เสด็จกลับมาจากการถูกเนรเทศในประเทศฮอลแลนด์ สโมสรคอร์คฮาร์เบอร์ (Cork Harbor) ในไอร์แลนด์ (พ.ศ. 2263) เป็นสโมสรเรือใบแห่งแรก และมีสโมสรเรือใบที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาคือ สโมสรเรือใบนิวยอร์ก (New York Yacht Club) ซึ่งตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2427

กล่าวได้ว่าการเล่นเรือใบในสมัยอียิปต์และโรมันนั้น เป็นการเล่นเรือเพื่อการตรวจตราการท่องเที่ยว การติดต่อ และเพื่อการสู้รบที่สืบทอดกันมาเป็นเวลาหลายศตวรรษแล้ว จะมีการแข่งขันกันบ้างก็เป็นเพียงครั้งคราวเท่านั้น

การแข่งขันเรือใบแห่งชาติเริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2394 จากสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศอังกฤษ สมาชิกของสโมสรเรือใบแห่งนิวยอร์กได้สร้างเรือใบซึ่งมีความยาวทั้งสิ้น 101 ฟุต เป็นเรือที่มชื่อเสียงมากของนิวยอร์คเพื่อส่งเข้าแข่งขัน และเป็นผู้ชนะเลิศได้ถ้วยรางวัลที่ชื่อว่า ฮันเดรด กีนเนีย คัพ (Hundred Guinea Cup) หลังจากที่ได้มีการแข่งขันเรือใบแห่งชาติขึ้นแล้ว ประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา ได้มีการแข่งขันเรือใบเพื่อชิงชนะเลิศถ้วยต่างๆ เช่น อเมริกาคัพ (America's Cup) แคนาดาคัพ (Canada's Cup) สแกนดิเนเวียนโกล์คัพ (Scandinavian Gold Cup) การแข่งขันเรือใบจึงได้เริ่มตั้งแต่นั้นมา และได้บรรจุไว้ในการแข่งขันระหว่างชาติที่สำคัญๆ เช่น การแข่งขันกีฬาแหลมทอง (ซีเกมส์) เอเชียนเกมส์และการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

ประวัติเรือใบในประเทศไทย

ประเทศไทยได้เข้าร่วมการแข่งขันเรือใบเป็นครั้งแรก ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 16 ณ นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และเข้าร่วมแข่งขัน เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั้นเหรียญทองเหรียญหนึ่งที่เราได้มานั้นนับเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ เนื่องจากเป็นเหรียญที่เกิดจากฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเจ้าฟ้าอุบลรัตน์ในขณะนั้น ทั้งสองพระองค์ทำคะแนนในการแข่งขันเรือใบประเภท โด.เค. ได้เท่ากันจึงทรงครองเหรียญทองร่วมกัน โดยมีนักกีฬาจากพม่า และสิงคโปร์ได้เหรียญเงินและเหรียญทองแดงตามลำดับ

การแปรกิจกรรมในการทำมาหากินเป็นการแข่งขันเพื่อผ่อนคลายและหาความบันเทิงให้แก่ผู้ที่ทำงานนั้น เป็นสิ่งปกติสำหรับการดำเนินชีวิตมนุษย์นอกจากนี้ยังเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดวิวัฒนาการในการใช้เครื่องใช้ในการทำมาหากินอย่างเช่นกันการแข่งขันเรือใบ เป็นต้น เพราะเรือแซว เรือกระแซง ได้วิวัฒนาการก้าวหน้าและปลอดภัยมากขึ้นเป็นลำดับ จนกลายมาเป็นเรือซูเปอร์โบต (Super Boat) เอนเตอร์ไพรส์ (Enterprise) โฟร์บอล ลาร์ค (Foreball Lark) ในภาษาของนักแข่งเรือใบ

การแข่งขันเรือใบในปัจจุบันเป็นกีฬาที่ต้องลงทุนกันมาก เฉพาะเสากระโดงเรือ หรือเรือใบต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก เรือที่ต่ออย่างดีจะมีราคาแพง ทั้งนี้เพราะวัสดุส่วนใหญ่ต้องสั่งมาจากต่างประเทศ เนื่องจากมีผู้ใช้น้อย แต่ก็ยังมีโรงงานที่ต่อเรือเพื่อใช้แข่งขันเองคือ โรงงานต่อเรือใบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างเรือใบแข่งขันประเภทซูเปอร์มด อันเป็นเรือที่เล็กที่สุด พระองค์ทรงต่อเรือด้วยฝีพระหัตถ์ นับตั้งแต่การไสไม้ วางกระดูกงู ขึ้นโครง ไปจนถึงทรงทาสีและลงแลกเกอร์ด้วยพระองค์เอง

ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปรารภว่า ผู้แล่นเรือใบควรจะต่อเรือใบเองเพื่อเป็นการประหยัด และทำให้กีฬาเรือใบแพร่หลายทั่วไปได้ เพราะพระองค์ทรงเล็งเห็นว่า คนที่มีรายได้ทุกระดับที่อยู่ตามชายฝั่งทะเลพอจะเล่นได้ การนำเอาเรือใบมาเป็นกีฬาจะไม่ถือว่าเป็นการสร้างชนชั้น ก่อนหน้านั้นการแล่นเรือใบดูจะเป็นกิจกรรมของคนมีเงินและมีเวลาเนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ที่แพง และเสียเงินค่าเดินทางไปเล่นตามชายทะเล ซึ่งในที่นี้ส่วนใหญ่จะต้องมีรถเอง ต้องเสียค่าสมาชิกสโมสร ค่าที่พักและอื่นๆ อีกมากมาย แล้วยังต้องเสียเวลาเดินทาง เสียเวลาในการแต่งเรือหรือเตรียมเรือซึ่งเวลาแล่นต้องใช้เวลามาก เมื่อแล่นแล้วต้องเก็บรักษาดูแล เพราะหากไม่มีคนช่วยหรือมีลูกมือแล้วจะต้องเสียเวลามาก ซึ่งกิจกรรมเสียเงินเสียเวลานั้น ในปัจจุบันนี้ยังเป็นเช่นนั้นอยู่

การแล่นเรือใบปัจจุบันไม่จำกัดอย่างแต่ก่อน ทหารเรือจะเป็นผู้ที่ได้เปรียบมากกว่าคนอื่นๆ เพราะคลุกคลีกับเรือและน้ำตลอดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องเสียเงินซื้อเรือใบและอุปกรณ์ เพราะส่วนใหญ่ใช้หรือเช่าจากสโมสรเรือใบซึ่งมีอยู่หลายส่วนในกองทัพเรือ ด้วยเหตุนี้บรรดานักแล่นใบของกองทัพเรือจึงยึดครองการแข่งขันเอาไว้เกือบทุกประเภทในระยะ 2-3 ปี ที่ผ่านมา แต่ตามมาตรฐานแล้ว สถิติและฝีมือของทหารเรือยังไม่ดีนัก เพราะการแข่งขันเรือใบไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำ ลม หรือเรือแต่เพียงอย่างเดียว แต่ความรู้ด้านกลศาสตร์ และประสบการณ์อื่นๆ ยังมีส่วนในการแข่งขันคนที่จะแล่นใบเก่งนั้นไม่ใช่เพียงแต่ซ้อมอย่างเดียว หากแต่ยังต้องศึกษากฎเกณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุทกศาสตร์ กลศาสตร์ หรือสรีรศาสตร์ ซึ่งจำเป็นในการแล่นใบที่สุด และยังต้องคำนึงถึงสัดส่วนของร่างกายรวมทั้งน้ำหนักตัวที่ใช้ถ่วง เพราะความคล่องแคล่วตัวเหล่านี้ต้องใช้ในการแข่งขันมากที่สุด

ความคึกคักในวงการแข่งเรือใบ เกิดขึ้นเนื่องจากพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว และคงอีกนานกว่าจะรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองและสังคมเปลี่ยนไปนั่นเอง จะอย่างไรก็ตาม สิ่งที่พระองค์ทรงประดิษฐ์และทรงริเริ่มเอาไว้คงเป็นมรดกพระราชทานให้แก่นักแล่นใบทั้งหลายสืบทอดพระราชเจตนากันต่อไป


อ้างอิง :
ข้อมูลภาพเคลื่อนไหวจากเว็บไซต์ Athens 2004 (http://www.athens2004.com)
หน่วยศึกษานิเทศน์, สำนักนิเทศและพัฒนามาตรฐานการศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, กระทรวงศึกษาธิการ. คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. 2541.
www.siamsport.co.th

 
 

ออกแบบและจัดทำโดย ครูธวัฒชัย ใบโสด
โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑
๑๓๕ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ๕๐๒๐๐