สถาปัตยกรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์

พระบรมบรรพต(ภูเขาทอง) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
เป็นพระเจดีย์แบบกลมบนยอดเขา สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นเจดีย์ที่สูงใหญ่ของพระนคร เช่นเดียวกับพระเจดีย์ภูเขาทอง ที่พระนครศรีอยุธยา เมื่อครั้งเป็นราชธานี โดยมีขนาดวัดได้โดยรอบ 8 เส้น 5 วา สูง 1 เส้น 19 วา 2 ศอก มีบันไดเวียนขึ้นลง 2 ทาง คือทางทิศเหนือและใต้ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของพระเจดีย์ ย้อนกลับไปใช้ทรงกลมหรือ ทรงลังกาตามแบบสุโขทัยและอยุธยาอีกครั้ง ซึ่งเป็นพระราชนิยมประจำรัชกาลที่ 4 พระเจดีย์ได้รับการปฎิสังขรณ์ ในปี พ.ศ 2509 และบุกระเบื้องโมเสกสีทองที่องค์พระเจดีย์ พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์องค์เล็กๆ รายรอบพระเจดีย์องค์ใหญ่ทั้ง 4 ทิศ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุใน พระเจดีย์บนลูกแก้ว.

พระอัษฎามหาเจดีย์(วัดพระศรีรัตนศาสดาราม)
เป็นเจดีย์ทรงปรางค์ ตั้งเรียงอยู่หน้าวัดพระศรีศาสดาราม พระมหาเจดีย์ ทั้ง 8 องค์นี้มีขนาด รูปร่าง และความสูงเหมือนกันทุกประการ แต่ต่างกันออกไปด้วยสีของกระเบื้องเคลือบที่ประดับองค์พระเจดีย์ และชื่อประจำองค์พระเจดีย์เท่านั้น พระมหาเจดีย์แต่ละองค์ก่ออิฐถือปูน แบ่งได้เป็น 3 ส่วนคือ ส่วนฐาน ส่วนเรือนธาตุ และส่วนยอดปรางค์ ส่วนฐานประกอบด้วยฐานทักษิณเป็นฐานแปดเหลี่ยมด้านไม่เท่า มีพนักระเบียงโดยรอบฐาน ส่วนเรือนธาตุเป็นแบบย่อมุมไม้สิบสอง มีซุ้นจรนำประดิษฐานพระพุทธรูปยืนทั้ง 4 ทิศ ส่วนองค์ปรางค์อยู่เหนือส่วนเรือนธาตุ แบ่งเป็น 7 ชั้น รองรับด้วยมารแบกปูนปั้น มียอดนภศูลเป็นรูปฝักเพกาทำด้วยโลหะ.

พระที่นั่งวิมานเมฆ
เป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอิทธิพลตะวันตก แบบบศิลปะวิคทอเรีย มีห้องรวมทั้งสิ้น 72 ห้อง ลักษณะอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หักเป็นข้อศอกมุมฉาก บริเวณตรงกลางเป็นรูปแปดเหลี่ยมสูง 3 ชั้น ในส่วนที่ใช้เป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นห้องแปดเหลี่ยมจะมี 4 ชั้น ชั้นล่างรูปแปดเหลี่ยมเป็นท้องพระโรง สูง 2 ชั้น และอาคารชั้นล่างสุดสร้างแบบก่ออิฐถือปูน ลักษณะเด่นของพระที่นั่งองค์นี้คือ ส่วนที่เป็นลวดลายฉลุไม้เรียกว่า "ลายขมนปังขิง" (Gingerbread) ที่จั่วหน้าบัน คอสอง และเชิงชาย มีการตกแต่งทางขึ้น-ลงภายในอาคารด้วยบันไดเวียนไม้สัก ซึ่งเป็นลักษณะเด่นเฉพาะประจำรัชกาล.

โลหะปราสาท (วัดราชนัดดารามวรวิหาร)
เป็นโลหะปราสาทแทนเจดีย์แห่งแรกของประเทศไทย และเป็นที่ 4 ของโลกที่ยังสมบรูณ์อยู่ทุกวันนี้ เป็นถาวรวัตถุที่จัดเป็นศิลปะไทยโดยเฉพาะ ไม่ได้สร้างให้พระสงฆ์อยู่จำวัด แต่สร้างขึ้นแทนองค์พระเจดีย์ โดยมีอุโบสถเป็นศูนย์กลางของวัด และมีโลหะปราสาทเป็นจุกเด่นของพระอาราม มีลักษณะเป็นปราสาท 3 ชั้น สูง 36 เมตร ก่ออิฐถือปูน มียอดเป็นรูปทรงคล้ายเจดีย์ และยอดปราสาทรวมทั้งสิ้น 37 ยอด ซึ่งหมายถึง โพธิปักขิยธรรม 37 ปราการ ตรงกลางเป็นมณฑป มีบันไดขึ้นโดยใช้เสาไม้แก่นใหญ่เป็นแกน แล้วทำขั้นบันไดวนเป็นก้นหอยรอบเสา โอบตัวขั้นบันไดควบกับตัวเสา และผนังด้านข้างเป็นรูปทรงกลมเวียนขึ้นไปสู่ฐานประทักษิณชั้นแรกและชั้นบน.
 

1 | 2 | 3 |


 
 

ออกแบบและจัดทำโดย ครูธวัฒชัย ใบโสด
โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑
๑๓๕ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ๕๐๒๐๐