ความรู้เรื่อง Controller

     นอกเหนือจากเมนบอร์ด เพาเวอร์ซัพพลายและอุปกรณ์รอบข้างอื่น ๆ แล้ว ยังมีอุปกรณ์อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ เป็นการ์ดเพื่อขยายในเครื่องคอมพิวเตอร์ การ์ดเพิ่มขยายส่วนใหญ่ที่เสียบในสล็อตจะเป็นคอนโทรลเลอร์ หรือการ์ดควบคุมอุปกรณ์ (Controller Card)

     Controller Board คอนโทรลเลอร์บอร์ด คือ บอร์ดที่มีสายริบบอน ต่อเชื่อมตัวบอร์ดเข้ากับดิสก์ไดร์ฟ หรือฮาร์ดดิสก์ นั่นคือบอร์ดคอนโทรลเลอร์

Harddisk Controller คือ ชนิดของอุปกรณ์ควบคุมฮาร์ดดิสก์ และใช้เป็นชื่อเรียกชนิดของฮาร์ดดิสก์ด้วย Harddisk Controller ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างฮาร์ดดิสก์กับ BUS บางครั้งรวมมาบนเมนบอร์ด ไม่ได้แยกเป็นการ์ด ฮาร์ดดิสก์คอนโทรลเลอร์มีหลายชนิด คือ IDE,EIDE,ESDI,SCSI
 • IDE (Integrated Drive Electronic) เป็นชนิดที่มีความเร็วสูงเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม (de facto standard) สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ฮาร์ดดิสก์ ที่ใช้กันมากในเครื่องระดับไมโครคอมพิวเตอร์ สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สูงสุด 2 ตัว ส่งผ่านข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 3 เมกกะบิต/วินาที และรองรับฮาร์ดดิสก์ความจุสูงสุดที่ 528 MB. ซึ่งด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ จึงได้มีการพัฒนาเป็น EIDE

  


 • EIDE (Enhanced Integrated Drive Electronics) สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ถึง 4 ตัว รองรับฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุดถึง 8.4 กิ๊กกะไบต์ ส่งผ่านข้อมูลได้สูงสุดที่ 9-16 เมกกะบิต/วินาที


 • ESDI (Enhance Small Device Interface) เป็นชนิดที่มีความเร็วสูงและความจุสูง


 • SCSI (Small Computer System Interface) นอกจากเป็นฮาร์ดดิสก์คอนโทรลเลอร์แล้ว ยังเป็นคอนโทรลเลอร์ที่ควบคุมอุปกรณ์อื่น ๆ ได้อีก เป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อแบบขนานของ ANSI ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ความเร็วสูงใด ๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ สแกนเนอร์ เป็นต้น สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สูงสุด 8-16 ตัว

     สังเกตโดยการไล่สายริบบอน จากตัวฮาร์ดดิสก์ไปยังแผงวงจร และแผงวงจรนั้นจะเป็นคอนโทรลเลอร์ของมัน

     บอร์ดฮาร์ดดิสก์คอนโทรลเลอร์กับการต่อสายริบบอนใช้งาน จะเห็นได้ว่าขั้วต่อบนฮาร์ดดิสก์คอนโทรลเลอร์จะมีขั้วแบบ 34 ขา อยู่ 2 แถว แต่ถูกต่อใช้งานไว้เพียงแถวเดียว ส่วนขั้วต่อแบบ 20 ขา มีสองแถวเช่นกัน แต่ถูกต่อกับสายริบบอนทั้งคู่ ขั้วต่อทั้งหมดหาได้ไม่ยาก มีลักษณะเป็นขาและมีฐานรองอยู่ข้างล่าง ศัพท์ทางเทคนิคเรียกว่า Pincushion แต่มีฮาร์ดดิสก์บางแบบที่ไม่ได้อินเตอร์เฟซ แบบ 3 ขั้วต่อ แต่ใช้การเชื่อมเพียงขั้วเดียว แต่มีขาอยู่ 40 ขาแทน

     Tape Controller ถ้าต้องการติดตั้งเทปไดร์ฟเพื่อสำรองระบบ จะต้องมีคอนโทรลเลอร์บางอย่างด้วย เทปไดร์ฟบางแบบสามารถใช้ฟล็อปปี้ดิสก์คอนโทรลเลอร์ได้ แต่มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการใช้งานกับเทป จึงทำให้การสำรองข้อมูลทำได้ช้ามาก เทปไดร์ฟมีทั้งแบบติดตั้งภายนอกและภายใน ในการสำรองข้อมูลควรใช้แบบติดตั้งภายนอก เหมาะสำหรับการสำรองข้อมูลหลาย ๆ เครื่อง และบางครั้งยังสามารถใช้ร่วมกันหลายคนได้

SCSI ท้าชน IDE

     ทุกวันนี้เริ่มมีผู้คนหันมาใช้ไดร์ฟแบบ SCSI กันมากขึ้น เพราะมีการทำงานที่ดีกว่า เห็นได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนะครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า SCSI จะเขี่ย IDE กระเด็นไปเสียเลยก็ไม่ใช่ หากท่านจะเลีอกซี้อมาใช้สักอัน คงต้องพิจารณากันหน่อยนะครับ เอาล่ะเรามาดูกันว่าอะไรจะดีกว่ากันนะครับ

     โดยปรกติแล้วไดร์ฟแบบ IDE ก็มีคุณสมบัติพอๆและทำงานคล้ายๆกับ SCSI แหละครับ แต่ถ้าพิจารณาจากราคาที่ถูกกว่าของ IDE แล้วก็จะเห็นว่าบ้านเรามีผู้ใช้ IDE กันมาก ซึ่งบางทีก็จะเห็นแบบ SCSI เข้ามาบ้าง เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ PC มักจะนิยมใส่ IDE กันมากเพราะราคาถูก และทำงานได้ดีพอสมควร แต่ถ้าจะพิจารณากันจริงๆแล้วมันต้องพิจารณากันให้ดีๆ นานๆ บริษัทคอมบางแห่งก็มีทั้งไดร์ฟแบบ SCSI และ IDE ให้เลือก ในไดร์ฟแบบ IDE และ SCSI มีทุกอย่างที่เหมือนกันยกเว้น logic board ของไดร์ฟแบบ SCSI จะมีชิปพิเศษอีกตัวหนึ่งซึ่งทำให้ไดร์ฟแบบ SCSI ทำงานบนบัสแบบ SCSI ดังนั้นไดร์ฟ SCSI ส่วนใหญ่ก็คือแบบ IDE ที่เพิ่มชิปพิเศษตัวนี่ขึ้นมานั่นเอง

     ในไดร์ฟแบบ SCSI นี้ข้อมูลจะต้องผ่านชิปพิเศษตัวนี้ด้วย ทำให้ไดร์ฟแบบ IDE เป็นต่อในเรื่องนี้ เพราะไม่มีชิปตัวนี้ให้ผ่านให้เสียเวลา แต่ในคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่อง ไดร์ฟแบบ SCSI ก็ดีกว่าแบบ IDE เพราะว่า บัสSCSIจะค่อนข้างฉลาดกว่าแบบ IDE ในการส่งผ่านข้อมูลแบบ SCSI นี่จะมีขั้นตอนมากมายยุ่งยาก ถ้าเอามาเปรียบเทียบกันจะทำให้ไดร์ฟแบบ IDE ดูจะเร็วกว่า แต่ใน Operating System ที่มีการสนับสนุน Multitasking หรือว่าเราทำงานแบบทีเดียวหลายๆอย่างในคราวเดียวกัน ไดร์ฟแบบ SCSI น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่านะครับ เพราะว่าความฉลาดที่มันมีมากกว่าแบบ IDE นั่นเอง

     อุปกรณ์แบบ SCSI สามารถติดต่อกับ CPU ได้อย่างอิสระโดยผ่าน บัส SCSI เพราะว่าอุปกรณ์ทุกชนิดในคอมพิวเตอร์จะมีตัวควบคุมที่ฝังอยู่ การรับ-ส่งข้อมูลก็จะสามารถทำได้ที่ความเร็วสูงระหว่างอุปกรณ์เหล่านี้โดยไม่ใช้กำลังของ CPU เลย ไดร์ฟแบบ IDE ก็เหมือนกันคือใช้ตัวควบคุมนี้ แต่ว่ามันไม่สามารถทำงานได้ในเวลาเดียวกัน และไม่สนับสนุนคำสั่งแบบหลายๆคำสั่งได้

     ในจำนวนผู้ใช้หลายๆคน ส่วนใหญ่ไดร์ฟแบบ IDE ก็เพียงพอกับความต้องการ และทำงานได้ดี แต่ถ้าการทำงานของเราเป็นแบบ multitasking แล้วล่ะก็ไดร์ฟแบบ SCSI น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่านะครับ สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจที่จะซื้อไดร์ฟสองอย่างนี้ ก็พิจารณาการทำงานของเราให้ดีๆนะครับว่าเป็นอย่างไหน แล้วก็ตัดสินใจให้ดีก่อนซื้อนะครับ.....

Ultra DMA 133 ความเร็วใหม่ของการอินเตอร์เฟซฮาร์ดดิสก์

     เตรียมอัพเกรดอินเตอร์เฟซใหม่สำหรับฮาร์ดดิสก์กันได้แล้ว เพราะความเร็ว Ultra DMA 133 กำลังจะมา ในขณะที่เราคิดว่าความเร็ว Ultra DMA 100 นั้นพอสำหรับความเร็วของพีซีในปัจจุบันแล้วแต่ไม่ทันไรก็มีมาตรฐานใหม่ของอินเตอร์เฟซ IDE ออกมาสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการพีซีอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวมาตรฐานใหม่ของ Ultra DMA 133 เมกะไบต์ต่อวินาที

     โดยครั้งนี้แมกเตอร์กลายเป็นผู้นำสำหรับวงการนี้อีกครั้ง สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีนี้เป็นเพราะว่า อินเตอร์เฟซมาตรฐาน Ultra DMA 100 นั้นยังไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพของระบบบัส PCI อย่างเต็มที่ทั้งนี้เพราะ PCI บัสสามารถถ่ายโอนได้ที่ความเร็ว 133 เมกะไบต์ต่อวินาทีดังนั้นการใช้ Ultra DMA 100 จึงยังใช้ประสิทธิภาพของบัสไม่เต็มที่ เพราะ Ultra DMA สามารถใช้งานได้เพียง 100 เมกะไบต์ต่อวินาทีเท่านั้นเองเทคโนโลยี Ultra ATA ของแม็กเตอร์เป็นที่รู้จักและยอมรับกันเป็นที่ทั่วไปของตลาดนับตั้งแต่ปี 1996 และอินเตอร์เฟซแบบ Ultra ATA ยังมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ด้วย เพราะ เป็นอินเตอร์เฟซที่ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม และดีวีดีรอม กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ใช้อยู่ในทุกวันนี้

     Ultra ATA 133ยังคงใช้เทคโนโลยีทีเป็นเช่นเดียวกับ Ultra ATA 66 และ Ultra ATA 100 และยังใช้เคเบิลอินเตอร์เฟซแบบเดียวกัน คือ 40 คอนเน็กเตอร์ 80เคเบิลดังนั้นจึงสามารถที่จะทำงานเข้ากันได้กับอินเตอร์เฟซแบบเก่า แต่หากผู้ใช้ต้องการที่จะอัพเกรดการใช้งานจาก ATA 100 เป็น ATA133 ก็จำเป็นที่จะต้องซื้ออะ แดปเตอร์การด์มาติดตั้งเพิ่ม

 

คัดลอก, อ้างอิง
www.sanambin.com