เรื่องน่ารู้ของ Intel Celeron

ที่มาของ Celeron
Celeron เกิดขึ้น เพราะ Intel ต้องการที่จะครองตลาดระดับล่าง หลังจากที่พลาดท่าเสียทีให้กับ AMD ไปแล้ว และ ทำให้เกิดบริษัทอื่นๆ ที่เริ่มตั้งตัวขึ้นมาเพื่อแย่งตลาดระดับล่าง ได้แก่ IDT ( Winchip ) ทั้งนี้ ก็เพราะราคา CPU ของ Intel สูงกว่า ของยี่ห้ออื่นๆ นั่นเอง ยิ่งเมื่อเทียบ คุณภาพที่เพิ่มขึ้น ต่อราคาที่เพิ่มขึ้น แล้ว ก็ไม่คุ้มกันเท่าไรนัก ทำให้ AMD เข้ามามีส่วนแบ่งตลาดระดับล่างมากเลยทีเดียว รวมทั้ง IBM, Cyrix ก็ด้วยเช่นกัน

หลังจากที่ Intel ได้วางตลาด CPU ตัวใหม่คือ Pentium II ไปแล้ว แต่ด้วยราคาที่แพงมาก เมื่อเทียบกับ ของยี่ห้ออื่น รวมทั้งเปลี่ยน Interface ใหม่มาใช้บน SLOT 1 ซึ่งแน่นอน ใครที่คิดจะใช้ Pentium II ก็ต้องเปลี่ยน Mainboard ใหม่แน่ๆ เช่นกัน ด้วยเหตุนี้เองทำให้อนาคตในตลาดระดับล่างมืดมน แต่ทาง Intel ไม่ต้องการที่จะพลาดท่าเหมือนที่เคยพลาดมาแล้ว จึงได้ ออก CPU Celeron เพื่อมาดึงตลาดระดับล่างคืน โดย Celeron รุ่นแรกๆนี้ มีชื่อ code การผลิตว่า Covinton และ ใช้ Interface SLOT 1 เหมือน Pentium II


Celeron Covinton นี้ ใช้ core เดียวกับ CPU Pentium II รุ่นใหม่ๆ ที่มีขนาดความเร็ว 350-450 MHz ( Deschutes core ) เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการออกแบบ core ใหม่ และยังตัดส่วนของ cache ระดับ 2 ( L2 cache ) ออกไปด้วย ทำให้ลดค่าใช้จ่ายลงไปอีกมากพอตัวเลยทีเดียว โดยรุ่นแรกที่ออกมานั้น มีความเร็ว 266 และ 300 MHz และราคานั้น ก็ต่างจาก CPU Pentium II ที่ความเร็วเท่าๆกัน กว่าครึ่ง

แต่แล้ว ฝันของ Intel ก็ต้องสลาย เพราะการที่ตัด L2 cache ออกไปนั้น เป็นความผิดพลาดอย่างยิ่ง จริงอยู่ที่ว่า ถ้าใช้เล่นเกมส์หรือทำงานง่ายๆแล้ว พวกนี้จะเร็ว พอๆกับ Pentium II แต่หากเป็นงานพวก Office Application หรืองานที่ต้องการ L2 cache แล้วละก็ผลที่ได้จาก Celeron รุ่นนี้ก็แย่มากๆเลยทีเดียว ซึ่งในขณะเดียวกัน นั้นเอง AMD ก็ออก K6-2 ซึ่งใช้ L2 บน Mainboard ที่มีขนาดตั้งแต่ 512K จนปัจจุบันนี้ ก็มี Mainboard ที่ มี L2 cache ถึง 2M ออกมา ก็ทำให้ งานด้านดังกล่าว AMD K6-2 ตี Celeron สาย Covinton เสียกระจุย

Intel จึงต้องแก้ไข Celeron เสียใหม่ โดยการเพิ่ม L2 cache เข้าไปบนด้วย เป็น on-die cache ที่มีขนาด 128 KB และ ทำงานที่ความเร็วเดียวกันกับ CPU โดยที่ในส่วนของ CPU ยังคงใช้ architecture เดิม ต่างกันตรง L2 cache เท่านั้น และ ก็ทำการเรียกชื่อ code ใหม่ ว่า Mendocino โดยเริ่มใช้ความเร็วที่ 300MHz และเพื่อไม่ให้สับสนกับ Celeron 300 สาย Covinton จึงเรียกเป็น Celeron 300A

ปัจจุบัน ทาง Intel ได้ทำการลดค่าใช้จ่ายลงมาอีกนิดหน่อย เพราะทำการเปลี่ยน Interface จาก SLOT 1 กลับมาใช้ เป็น socket อีกครั้งหนึ่ง โดยเป็น socket 370 pin และ รูปร่างของ CPU ก็ดูคล้ายกับ Pentium MMX ต่างกันที่ จำนวนขา (pin) และราคาก็ถูกกว่า Celeron A ที่ความเร็วเท่ากัน อีกเล็กน้อย

Stepping
ค่า Stepping เป็นค่าที่บ่งบอกถึงจำนวนการแก้ไข CPU โดย Stepping 0 หมายถึง core ที่เป็น Original Product และเมื่อมีการพบข้อผิดพลาดในส่วนของ MicroCode ของ core CPU หรือพบ CPU นั้นๆไม่สมบูรณ์ ก็จะทำการแก้ไขใหม่ เมื่อทำการแก้ไขใหม่เรียบร้อยแล้ว ก็จะเพิ่ม Stepping เป็น 1 และเมื่อพบข้อผิดพลาดและได้ ทำการแก้ไขอีกก็จะทำการเพิ่มค่า Stepping เข้าไปอีก

โดยปกติแล้ว จะพบว่า CPU ที่มีค่า Stepping มากกว่า 0 มักจะ Overclock ไม่ค่อยได้ หรือ มีเปอร์เซ็นต์สำเร็จ ในการ OverClock ต่ำกว่า CPU ที่มี Stepping เป็น 0 แต่ว่า มันจะมีความ Stable สูงกว่า สรุปง่ายๆ ก็คือ CPU ที่มี Stepping มาก ก็ยิ่ง OverClock แต่มันก็มากด้วยความ Stable

S-Code
S-Code หรือ ที่ Intel เรียกว่า S-Spec นั้นเป็น ตัวอักษร 5 ตัวโดยนำหน้าด้วยตัว "S" ซึ่งทาง Intel ใช้สำหรับระบุความแตกต่างของชนิดของ CPU ของตนทั้งในด้านของ ชนิด, Stepping, Vcore หรือแม้แต่ ชนิดของการ Package CPU ว่าเป็น OEM หรือ Retail

OEM นั้น จะเป็น CPU ที่อยู่บน SEPP (Single Edge Processor Package) เท่านั้น จะไม่มี Heatsink หรือ พัดลมมาให้ และมักจะรับประกันเพียงไม่นาน ซึ่งเป็นการประกันโดยผู้ขายเอง ไม่ใช่จากทาง Intel

Retail หรือ ที่เราเรียกกันว่า แบบกล่อง (BOX) ซึ่งแบบนี้ จะมี Heatsink และพัดลมติดมาพร้อมกันเลย โดยทั้งหมดจะถูกบรรจุอย่างดีในกล่อง พร้อมด้วยคู่มือ 11 ภาษา รวมถึงรับประกันจากทาง Intel 3 ปี

S-Code จะดูได้จากบนกล่องที่บรรจุ ( สำหรับ Retail ) หรือ ที่ด้านซ้ายมือด้านหลังของแผงวงจร SEPP

Celeron 266 (Deschutes core ไม่มี L2 cache) 
  SL2SY   Stepping 0  OEM 
  SL2QG   Stepping 1  Retail 
  SL2TR   Stepping 1  OEM 
  SL2Y3   Stepping 2  Retail 
  SL2YN   Stepping 0  Retail 
--------------------------
Celeron 300 (Deschutes core ไม่มี L2 cache) 
  SL2YP   Stepping 0  OEM 
  SL2Y2   Stepping 1  Retail 
  SL2X8   Stepping 1  OEM 
  SL2Y4   Stepping 2  Retail 
  SL2Z7   Stepping 0  Retail 
--------------------------
Celeron 300A (Mendocino core มี L2 128 Kb) 
  SL2WM   Stepping 0  OEM 
  SL32A   Stepping 0  Retail 
--------------------------
Celeron 333 (Mendocino core มี L2 128 Kb) 
  SL2WN   Stepping 0  OEM 
  SL32B   Stepping 0  Retail 
--------------------------
Celeron 366 (L2 128Kb, Socket 370-pin) 
  SL35S   Stepping 0  Retail 
--------------------------

Multiplier Lock
จากที่เคยพูดไว้แล้วถึงเรื่องของการ OverClock ซึ่ง ทาง Intel เองเป็นผู้ที่เสียหายมากที่สุด จากการ OverClock นี้ เพราะเกิด CPU remark ขึ้นมากมาย โดยการนำ CPU มาทำการ แก้ไข screen บน CPU เสียใหม่ให้สูงขึ้น แล้วนำมาขายในราคาที่สูงขึ้น

ทาง Intel จึงตัดทาง OverClock ลงโดยการ Lock ค่าตัวคูณ ซึ่งโดยปกติ เราจะทำการ set ค่าเหล่านี้ ผ่านทาง Mainboard แต่ด้วย Architecture ใหม่ของทาง Intel ทำให้ CPU ใช้ค่า Multiplier ซึ่งถูกกำหนดไว้โดย Intel เอง และ ไม่สนใจค่า Multiplier ที่ กำหนดขึ้นจาก Mainboard

Celeron 266 จะมีตัวคูณ ( Multiplier ) ที่ 4 และใช้ FSB ที่ 66 MHz

Celeron 300 และ 300A มีตัวคูณ ที่ 4.5 ใช้ FSB ที่ 66 MHz เช่นกัน

Celeron 333 และ 366 มีตัวคูณ ที่ 5 และ 5.5 ตามลำดับ และยังคงใช้ FSB ที่ 66 MHz เช่นเดิม

 

คัดลอก, อ้างอิง
www.sanambin.com