การอัพเกรดคอมพิวเตอร์ด้วย VGA Card

ทุกวันนี้ ความก้าวหน้า ของการแสดงผล 3 มิติ ได้ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ไม่เฉพาะในวงการเกมส์ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง application ใช้งานต่างๆ ที่ได้อาศัย Graphic User Interface ซึ่งช่วยให้ การใช้งาน application เหล่านี้ ง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ต่างก็ต้องอาศัย พลังในการประมวลผล ค่อนข้างมาก บางคน เกิดความเข้าใจผิดว่า แค่เพียงการใช้งาน CPU ความเร็วสูง ทั้ง Pentium III หรือ Athlon ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ความเป็นจริงนั่นคือ หากคุณต้องการ คุณภาพในการรองรับ กราฟฟิคระดับสูงแล้วล่ะก็ เพียงแค่ CPU คงไม่เพียงพอ แต่จะต้องอาศัย Graphic Card คุณภาพสูงร่วมด้วย โดยที่ Graphic Card เล่านี้ จะมี Graphic Chip อยู่ในตัว ทำให้สามารถ ทำงานในด้านการประมวลผล กราฟฟิคได้อย่างเต็มที่ และไม่ต้องไปยืมเอา การทำงานบางส่วน ของ CPU มาใช้เพิ่มเติมอีกด้วย

หลายคนอาจจะแปลกใจ เมื่อพบว่า เครื่องเก่าของคุณ ยังสามารถ เล่นเกมส์ สามมิติระดับสูง อย่าง Doom, Quake III ได้อย่างราบลื่น เพียงแค่คุณ เปลี่ยน มาใช้ Graphic Card คุณภาพสูง อย่าง GeForce 2 เท่านั้น นั่นก็ด้วยเหตุผล อย่างที่เราบอกเอาไว้แต่ต้นแล้วว่า การประมวลผลกราฟฟิคเช่นนี้ ตัว Graphic Chip จะสามารถรองรับได้เป็นอย่างดี และแทบจะไม่ต้อง อาศัยการทำงานของ CPU แต่อย่างใดเลย ( คุณอาจไม่เชื่อว่า เทคโนโลยี ในการผลิต Graphic Chip นั้น ก้าวหน้ากว่า การผลิต CPU ไปเสียแล้ว อย่างเช่นใน GeForce 3 ซึ่งถือเป็น Graphic Chip รุ่นใหม่ล่าสุด จาก nVidia นั้น อาศัยเทคโนโลยีในการผลิต ที่ 0.13 ไมครอน ในขณะที่ CPU อย่าง Pentium III หรือ Athlon นั้น ใช้เทคโนโลยีการผลิตเพียง 0.18 ไมครอน ) เราจึงเชื่อว่า การ Upgrade Graphic Card ก็เท่ากับช่วยให้ เครื่องของคุณ ทำงานเร็วขึ้น แถมยังช่วยให้คุณ สนุกสนานไปกับ เกมส์สามมิติ และระบบมัลติมีเดีย ระดับสูง โดยที่ไม่ต้อง ลงทุนเปลี่ยนเครื่อง หรือเปลี่ยน CPU ให้เปลืองเงิน แต่อย่างใด

Graphic Card รุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน อาศัยการเชื่อมต่อ ผ่าน bus ระบบ AGP ซึ่งถือเป็นระบบ bus ความเร็วสูง ซึ่งออกแบบมาสำหรับ การใช้งานร่วมกับ งานกราฟฟิค โดยเฉพาะ ทำให้สามารถ ลดปัญหาคอขวด ในการสื่อสาร ระหว่างกันลงได้ อีกทั้ง มันยังมาพร้อมกับ หน่วยความจำ อย่างน้อย 32 MB ในตัว เพื่อรองรับ การทำงานร่วมกับ Graphic Chip ความเร็วสูงรุ่นใหม่ๆ ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ เมื่อพบว่า Graphic Card ในระดับนี้ จะให้การแสดงผลที่ยอดเยี่ยม ทั้งสีสันที่สมจริง และความคมชัดระดับสูง อย่างไรก็ตาม PC รุ่นเก่าๆ นั้น Mainboard จะไม่มี AGP Slot มาให้ และคุณคงไม่มีทาง เลือกใช้ Graphic Card แบบ AGP ได้เลย นอกเสียจาก คุณ ยกเครื่องเมนบอร์ด เสียก่อน แต่เราคงไม่แนะนำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้ เพราะว่า คุณยังพอมีทางเลือกกับ Graphic Card แบบ PCI ที่ถึงแม้จะมีความเร็วต่ำกว่า แต่มันก็ยังให้ประสิทธิภาพ ที่ไม่ด้อยเท่าไหร่นัก ที่สำคัญ ยังช่วยให้คุณ ไม่ต้องลงทุนมากมาย เพื่อปรับแต่งระบบ โดยถึงตอนนี้ คุณก็ยังพอหาซื้อ Graphic Card แบบ PCI มาใช้งานได้ ถึงแม้ว่ามันจะถือว่า เป็นสินค้าตกรุ่นไปแล้ว

สำหรับการเลือกหานั้น คุณจะต้องจ่ายแพงสักหน่อย สำหรับกราฟฟิคการ์ด แบบ AGP โดยมีราคาตั้งแต่ ไม่กี่พันบาท ไปจนถึง เป็นหมื่นบาท ในขณะที่แบบ PCI นั้น ถึงแม้ราคาจะถูกกว่า แต่ก็หาสินค้า ในตลาดยากอยู่สักหน่อย การ์ดที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่า จะต้องมีราคาแพงที่สุดเสมอไป เพราะสิ่งสำคัญอื่นใดนั่นคือ การเลือกให้เหมาะสม กับการใช้งาน และความต้องการของคุณเอง เพราะหากคุณ พิมพ์งาน เล่นอินเตอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่ การเลือกใช้ Card ระดับสูงอย่าง GeForce2 ก็คงสิ้นเปลืองเกินเหตุ เราคิดว่า อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณเองคงเป็นคนหนึ่ง ที่รู้สึกว่า การ Upgrade ในครั้งนี้ เป็นสิ่งคุ้มค่า ดังนั้น เพื่อให้คุณ สามารถทำการ เปลี่ยน Graphic Card ได้ด้วยตนเอง เราจึงได้แนะนำทางให้แก่คุณ ในขั้นตอนต่อไป

เริ่มต้นเลยครับ

1. Update Driver ล่าสุด

แม้ว่า คุณจะเลือกซื้อ กราฟฟิคการ์ดรุ่นใหม่ล่าสุด มาใช้งาน อีกทั้งมันเพิ่งจะวางตลาดเพียงไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำ แต่มันก็มีความเป็นไปได้ว่า ผู้ผลิต Graphic Card จะพบ bug ใหม่ๆ หรือปัญหาในการใช้งานบางประการ ทำให้ต้องออก Driver ตัวใหม่ เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ซึ่ง Driver เหล่านี้ ก็ใหม่เสียจน ยังไม่ได้ มีการติดตั้ง บนแผ่น CD ที่มาพร้อมกับตัวการ์ด และทางที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณสามารถ เข้าถึง Driver เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ก็คือ การเข้าไปยังเว็บไซต์ ของผู้ผลิต Graphic Card ตัวใหม่ ที่คุณเพิ่งซื้อมา ( ลองไปตรวจหาดูที่ Technical Support ว่า มีการแก้ไข Driver หรือไม่ ) และหากพบ ว่ามีการปรับปรุง Driver ตัวใหม่ ก็ให้คุณดาวน์โหลด เวอร์ชั่นใหม่นี้ มาเตรียมเอาไว้เสียก่อน

2. Uninstall Driver ตัวเก่า

ในขณะที่ ผู้ผลิต Graphic Card ทั้งหลาย ต่างก็สนับสนุน แนวคิดการ Upgrade ตัวการ์ด เพื่อให้รองรับ มาตรฐานใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น และต่างก็พยายาม บอกแก่ผู้ใช้ว่า เรื่องดังกล่าวนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่อย่างใด แต่เรากลับพบว่า ความยุ่งยาก อาจะไม่เกิดขึ้นกับ การติดตั้ง Graphic Card ก็จริงอยู่ แต่ปัญหา กลับไปเกิดขึ้นในระดับซอฟต์แวร์ เมื่อพบปัญหา การทับซ้อนกันของ driver ซึ่งส่งผลให้ Graphic Card ตัวใหม่ ทำงานอย่างสับสน และทางที่ดีที่สุดนั่นคือ การ uninstall เอา Driver ของ Graphic Card ตัวเก่า ออกจากระบบของคุณเสียก่อน

ผู้ผลิตบางราย ได้ทำให้การ Uninstall นี้เป็นเรื่องง่าย ด้วยการมาพร้อมกับเครื่องมือสำหรับ การ Uninstall มาไว้ตั้งแต่ต้น ดังนั้น คุณก็เพียง คลิกเข้าไปที่เครื่องมือของ Graphic Card นั้นๆ ซึ่งจะอยู่ใน List รายการโปรแกรมของคุณ ( คลิก Start / Program แล้วเลือกหา รายการ Graphic Card ที่คุณใช้งานอยู่ ) ซึ่งภายในรายการนั้น คุณก็จะพบกับ เครื่องมือสำหรับ Uninstall และด้วยวิธีการนี้ จะช่วยให้การ เอา Driver ตัวเก่าของคุณออกจากระบบได้แสนง่าย และรวดเร็ว เพียงทำตามคำแนะนำของ Wizard เท่านั้น แต่ไม่เป็นไร หากคุณหา Uninstaller ไม่พบ เพราะว่า คุณยังมีทางเลือกอื่น ด้วยการใช้เครื่องมือ Add/Remove Programs ( คลิกเริ่มที่ Start / Setting / Control Panel แล้วดับเบิลคลิกที่ Add/Remove Program ) จากนั้น ให้คุณ เลื่อนหารายการ ที่เกี่ยวข้อง กับ Graphic Card ของคุณ ออกให้หมด ( ดูให้แน่ใจว่า เป็นโปรแกรม ที่ถูกติดตั้งสำหรับ Graphic Card นั้นๆ จริงๆ หากไม่แน่ใจ อย่าไป Remove ออกเด็ดขาด )

3. ถอดตัวเก่า

ปิดเครื่อง PC ของคุณ แล้วอย่าลืมตรวจดูว่า มีปลั๊กใด เสียบไฟอยู่หรือไม่ รวมไปถึง ให้ถอดสาย Monitor ออกเสียด้วย ( ถ้าไม่อยากโดนไฟดูด ) ที่สำคัญนั่นคือ การกำจัดไฟฟ้าสถิตย์ บนตัวคุณเสียก่อน ด้วยการ ใช้มือสัมผัสกับวัตถุโลหะ ที่วางตั้งอยู่บนพื้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ไฟฟ้าสถิตย์ ไปทำลายวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้น ให้คุณ ถอดฝาครอบเครื่องออกมา ( อย่าลืม หาคู่มือของ PC ที่คุณใช้มากาง เอาไว้ใกล้ๆ ด้วย เพื่อความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ) แล้วหาตำแหน่งของ Graphic Card โดยมีวิธีสังเกตได้ง่ายๆ นั่นคือ เป็นตัวการ์ด ที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่คุณ ถอดสายเชื่อมต่อ มอนิเตอร์ออกมา เมื่อพบแล้ว ก็ให้คุณ ขันน็อตที่ยึดตัวการ์ด ออกให้หมด แล้วค่อยๆ ถอดการ์ดออกมาอย่างระมัดระวัง

4. ใส่ของใหม่

ให้คุณ แกะเอา Graphic Card ออกมาจากกล่อง แล้วอย่าลืม เตรียมแผ่น CD และคู่มือ ที่มาพร้อมกับ Graphic Card ตัวใหม่นี้ เสร็จแล้ว ให้ติดตั้ง Graphic Card ตัวใหม่ เข้าไปยัง slot เดิมที่ว่างอยู่ แล้วขันน็อตยึดติดให้แน่นทุกตัว เมื่อแน่ใจว่า เรียบร้อยดีแล้ว จึงให้ต่อเชื่อสายมอนิเตอร์ แต่ยังไม่ต้อง ปิดฝาครอบเครื่อง ( กันเอาไว้ เผื่อต้อง ถอดอีกครั้งในภายหลัง ) หากว่า การ์ดตัวใหม่ของคุณ มีหัวต่อเชื่อมพร้อมกับถึง 2 หัว ( สำหรับ การต่อมอนิเตอร์ 2 ตัว หรือต่อกับ อุปกรณ์พิเศษ อย่างเช่น จอโทรทัศน์ เป็นต้น ) ดูให้แน่ใจว่า สายที่คุณเชื่อมต่อกับจอ มอนิเตอร์นั้น อยู่ถูกตำแหน่งหรือไม่ ( ตรวจดูกับคู่มือ ว่าตำแหน่งหลัก อยู่ที่ใด )

5. ติดตั้งซอฟต์แวร์

ศึกษา วิธีการติดตั้ง และใช้งานที่อยู่ในคู่มือให้เข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการ ติดตั้งซอฟต์แวร์ และ Driver เพราะผู้ผลิตแต่ละราย จะมีวิธีการที่แตกต่างกันไป เมื่อแน่ใจดีแล้ว ก็ให้เตรียมแผ่น CD สำหรับติดตั้งโปรแกรมให้พร้อม แล้วจึงเสียบปลั๊ก เปิดเครื่องขึ้นมา ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อ Windows บูธเครื่องอยู่นั้น มันจะตรวจพบ Graphic Card ตัวใหม่นี้โดยอัตโนมัติ และมันจะเรียกหา Driver ( ติดตั้งลงไป เพื่อให้ Windows รู้จักการ์ดตัวใหม่ และทำงานได้อย่างราบรื่น ) โดยจะปรากฎ Add Hardware Wizard ขึ้นมาบนหน้าจอ ซึ่งให้คุณ ใส่แผ่น CD ที่เตรียมไว้ลงไป จากนั้น จึงทำตามขั้นตอนต่างๆ ที่ตัว Wizard จะแนะนำคุณไปจนเสร็จสิ้นขั้นตอน อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้ว นอกจาก Driver แล้ว ทางผู้ผลิต ยังได้เตรียมโปรแกรมใช้งานพิเศษ มาไว้ให้แก่คุณด้วยภายในแผ่น ซึ่งไม่สำคัญอะไร เพราะคุณ จะลง หรือไม่ลงก็ได้

6. ปรับแต่งค่า

ถึงแม้ว่า Windows จะฉลาดพอ ที่จะตรวจพบ การติดตั้ง Graphic Card ตัวใหม่ และยังช่วยให้คุณ ติดตั้ง Driver ลงไปได้อย่างง่ายดาย แต่มันก็ยังไม่ฉลาดพอ ที่จะ set ค่าต่างๆ ในการแสดงผล เพื่อให้เหมาะสมกับคุณ ได้อัตโนมัติ ดังนั้น หน้าที่นี้ จึงเป็นของคุณ เพื่อช่วยให้ การแสดงผล ผ่าน Graphic Card ตัวใหม่ เป็นไปอย่างราบรื่น และมีชีวิตชีวา เริ่มต้นด้วยการ คลิกที่ Start / Setting / Control Panel แล้วเลือกที่ Display icon ซึ่งจะขึ้นหน้าต่าง Display Properties ขึ้นมา แล้วก็ให้คุณคลิกไปที่แถบ Setting จากนั้น ให้เลือกค่าความละเอียด ( Resolution ) และค่าสี ( Color Depth ) ที่คุณต้องการ ( ค่าที่ดีที่สุด ไม่ใช่อัตราสูงสุดเสมอไป เพราะคุณ จะต้องเลือกค่าให้เหมาะสม กับความสามารถที่ระบบของคุณ จะรองรับได้ รวมไปถึงขนาดของหน้าจอ อย่างเช่น หากจอของคุณ มีขนาดเพียง 15 นิ้ว ก็ไม่ควรปรับ Resolution ให้เกิน 600 x 800 pixel แต่หากเป็น 17 นิ้ว อาจจะเลือกใช้ ที่ Resolution สูงกว่านี้ได้ ) และด้วย Driver ที่คุณติดตั้งลงไปนี้เอง ทำให้คุณสามารถ ปรับแต่งค่าพิเศษได้มากมาย ตามแต่ที่ผู้ผลิตแต่ละราย จะนำมาเสนอแก่คุณ ด้วยการคลิกที่ Advaced ที่อยู่ในหน้าเดียวกันนี้ ซึ่งก็จะมี ค่าพิเศษต่างๆ ให้คุณปรับแต่งได้ตามความพอใจ ( อย่าลืมดูวิธี การปรับแต่งค่าพิเศษเหล่านี้ จากคู่มือการใช้งาน )

หากเครื่องของคุณ กลับออกอาการ ผิดปกติ เช่น เครื่องเข้า safe mode, หรือมีปัญหา เรื่องความคมชัด และสีสัน ก็ให้คุณ ตรวจสอบการติดตั้งว่า ถูกต้อง และแน่นหนาดีหรือไม่ บางครั้ง คุณอาจต้อง ทำการติดตั้ง Drivers ไปใหม่ก็เป็นได้ เพื่อให้เครื่อง สามารถทำงานตามปกติ

 

คัดลอก, อ้างอิง
www.sanambin.com