การอัพเกรดคอมพิวเตอร์ด้วย Mainboard

ในบรรดากระบวนการอัพเกรด PC ทั้งหมด เห็นจะไม่มีอะไรเกินหน้า การเปลี่ยนเมนบอร์ด (motherboard) อย่างเต็มระบบ ที่จะช่วยเพิ่มความเร็ว และประสิทธิภาพ ในการทำงาน ของคอมพิวเตอร์ของคุณ ได้อย่างมาก และแม้ว่า การอัพเกรดนี้ อาจจะไม่ใช่งานของมือใหม่ แต่หากคุณ พอมีประสบการณ์ ในการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ มาบ้างแล้ว มันก็ไม่น่าจะยากเกินไปนักสำหรับคุณ

สิ่งที่ต้องเตีรยม

ก่อนอื่น คุณต้องหาซื้อ อุปกรณ์ต่างๆ มาไว้เพื่อการ upgrade ตามนี้
 • ราคาขายปลีกเมนบอร์ดในปัจจุบัน ตกราว 4,500 ถึง 6,750 บาท ส่วนราคาซีพียู ที่มีความเร็วปานกลางนั้น ตกราว3 - 4 พันบาท (สำหรับ CPU ที่จับตลาดล่าง อย่าง Celeron หรือ Duron ) Celeron-500) จนถึง 7 - 9 พันบาท (สำหรับรุ่นที่สูงขึ้น อย่าง Pentium III และ Athlon ) น่าเสียดาย ที่เราไม่อาจระบุความเร็ว ลงไปได้ เนื่องด้วย การพัฒนาอย่างรวดเร็ว ของผู้ผลิต ที่ทำให้ เพียงไม่กี่เดือน ความเร็ว ก็จะเพิ่มขึ้นจากเดิมไปแล้ว
 • ซึ่งการเลือกซื้อ Mainboard นี้ ก็จะเท่ากับ เป็นการกำหนด CPU ที่คุณจะใช้ด้วย ไปในตัว เนื่องจาก Mainboard ที่ใช้งานร่วมกับ CPU จากฝั่ง Intel จะไม่สามารถ ใช้งานร่วมกับ Mainboard ที่ผลิตมาสำหรับ CPU จาก AMD ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ตัดสินใจให้ดี ว่าคุณจะเลือกเทใจให้ค่ายใด บอกไว้คร่าวๆ ว่า AMD นั้น มีจุดเด่น ที่ราคาถูก และมีความเร็ว ที่ดี บางครั้งเหนือกว่า CPU ของ Intel ด้วยซ้ำ ในขณะที่ Intel ถึงจะแพงกว่า ช้ากว่า แต่ก็เชื่อใจได้ เรื่องความเสถียรของระบบ
 • เรื่องของ RAM นั้น มีกฎเอาไว้ว่า ยิ่งมากยิ่งดี ดังนั้น เราจึงแนะนำ ให้เลือกขนาด 128 MB แบบ SDRAM PC-133 ซึ่งเดี๋ยวนี้ ราคาถูกลงมาอย่างมาก เหลือประมาณ 2,000 บาทเท่านั้น แต่อย่าลืม ตรวจดู RAM ตัวเก่าในเครื่อง ของคุณด้วยว่า รองรับกับระบบใหม่ นี้หรือไม่ เพราะบางที คุณยังสามารถ นำเอา RAM รุ่นเก่า ที่เป็น SDRAM PC-66 มาใช้งาน ร่วมกับ Celeron ที่คุณซื้อมาได้ แต่ถ้า RAM ของคุณ เก่ากว่านั้น เราแนะนำตรงๆ เลยว่า นำไป Recycle ได้แล้ว
 • โดยรวมแล้ว คุณจะต้องลงทุนประมาณ 10,000 บาทเป็นอย่างน้อย แต่ก็คงไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งจะทำให้ PC ตัวเก่าของคุณ มีความเร็วที่ดีขึ้น เหมือนซื้อเครื่องใหม่ ทีเดียว และสำหรับ ฮาร์ดดิสก์นั้น จริงอยู่ ที่ยังอาจไม่จำเป็น ต้องซื้อมาเปลี่ยนก็ได้ แต่ถ้าหาก ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้อยู่นั้น มีขนาดเพียง 2 GB หรือน้อยกว่านั้นล่ะก็ คงไม่เสียหาย ที่จะเพิ่มเงินอีกประมาณ 4 - 5 พันบาท เพื่อแลกกับ ความจุที่เพิ่มขึ้นในระดับ 20 GB ขึ้นไป คุณจะได้ ไม่ต้องกังวล กับปัญหา ฮาร์ดดิสก์เต็ม อย่างที่เคยเป็นมา

โดยมากคอมพิวเตอร์ ที่มีการผลิตขึ้นมา ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา จะต้องมาพร้อมกับตัว Case ที่รองรับเมนบอร์ด แบบ ATX ซึ่งเมนบอร์ด ATX นี้ ก็มีหลายรุ่น แตกต่างกันไป ทำให้คุณต้องตรวจสอบ ดูด้วยว่า ซีพียู, RAM หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่คุณจะซื้อมานั้น สามารถต่อเชื่อม ให้เข้ากับเมนบอร์ดตัวใหม่นี้ ได้หรือไม่ และรวมไปถึง อุปกรณ์เดิมของคุณ สามารถ ต่อเชื่อมเข้ากับ เมนบอร์ดตัวใหม่นี้ ได้หรือไม่ เพราะหากซื้อมาผิดรุ่นแล้ว จะเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา และเสียความรู้สึกอย่างมาก แต่หาก PC ของคุณเป็นรุ่นเก่ากว่านั้น ตัว Case ของเครื่อง มักจะรองรับ เมนบอร์ดแบบ (หากคุณไม่แน่ใจ ให้ตรวจดูในหนังสือคู่มือ ที่มากับเครื่อง) ซึ่งมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งก็คือ หากพอร์ตซีเรียล และพาราเรลล์ ไม่ได้อยู่ตรงด้านข้าง ของเมนบอร์ด ก็น่าจะหมายถึงว่า เมนบอร์ดของคุณเป็นรุ่น AT

หากเป็นเช่นนั้นจริง ให้คุณเลือกซื้อที่เป็นเมนบอร์ด แบบ ATX มาใช้งาน เนื่องจาก เมนบอร์ดแบบ AT นั้น ตกรุ่น และไม่มีจำหน่าย มาหลายปีแล้ว อีกทั้ง บอร์ดแบบ ATX นั้น ก็สามารถติดตั้งลงบนตัว Case แบบ AT ได้ด้วย พร้อมกับการอัพเกรด เมนบอร์ดนั้น คุณยังมีโอกาสที่ดี ในการอัพเกรด อุปกรณ์สำคัญอื่น ๆ พร้อมกันไปด้วย อาทิ ฮาร์ดไดรฟ์ หรือ การ์ดภาพกราฟฟิค ซึ่งไม่ว่าคุณ จะตัดสินใจอย่างไรก็ตาม ก่อนลงมือ อย่าลืมสำรองข้อมูลและโปรแกรมสำคัญ ๆ ในเครื่องเก่าเก็บไว้ด้วย เพื่อกันพลาด

เริ่มต้นเลยครับ

1. ถอดการ์ดและสายต่าง ๆ ออก

ให้ปิดเครื่อง PC ดึงปลั๊กไฟออก ต่อจากนั้น ก็ให้ถอดสายอุปกรณ์ ต่อพ่วงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเมาส์, คีย์บอร์ด, จอมอนิเตอร์, พรินเตอร์ รวมทั้ง สายพอร์ตต่าง ๆ อาทิ USB ต่อจากนั้น ให้เปิดฝาครอบ PC ออก และตรวจดูว่า มีส่วนไหนบ้าง ที่คุณจะต้องถอดออก หรือมีการเคลื่อนย้าย เพื่อจะได้เข้าถึงเมนบอร์ดได้ ในบางกรณี คุณอาจจะต้อง ย้ายฮาร์ดดิสก์ และฮาร์ดแวร์ ที่สำคัญอย่างอื่นด้วย อย่าง การ์ดเสียง หรือการ์ดจอ จึงควรจะต้องระวังให้ดี เพื่อป้องกัน ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

อย่าลืมว่า ก่อนที่คุณ จะลงมือแตะต้อง ชิ้นส่วนใด ๆ ใน PC นั้น อย่าลืมใส่ถุงมือยาง เพื่อป้องกันไม่ให้ ไฟฟ้าสถิตจากร่างกาย ไปทำความเสียหาย แก่อุปกรณ์เหล่านั้นได้ หรือบางที อาจป้องกันให้คุณ จากปัญหาไฟฟ้าได้ด้วย

ต่อจากนั้นให้ใช้ไขควง ไขเอาการ์ดอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกทีละชิ้นอย่างระมัดระวัง อย่าใช้กำลัง เพราะอาจแตกหักได้ เมื่อถอดออกได้แล้ว ให้วางลงไป ที่พื้นที่สะอาด หรือทางที่ดี ควรจะหาผ้าสะอาด มารองรับ เพื่อกันกระแทก และควรจัดเรียงลำดับก่อน-หลัง ตามที่ถอดออกมาด้วย หากจะให้ดี ควรจะติดเบอร์ไว้ด้วย เพื่อจะได้สะดวก ในการต่อเชื่อมใหม่ในภายหลัง

ในส่วนของสายต่อเชื่อมต่าง ๆ นั้น อย่าลืมติดป้าย ระบุด้วยว่า แต่ละเส้น ใช้ต่อเชื่อมกับจุดไหน ต่อจากนั้น ให้ถอดสายต่อเชื่อมกับ power ออก ต่อด้วยสายฟลอปปี้ดิสก์ และสายฮาร์ดไดรฟ์ EIDE อย่าลืมดูให้ดีด้วยว่า สายเคเบิลไหน ที่ต่อเชื่อมกับ ช่องต่อเชื่อมฮาร์ดไดรฟ์ไหน (ในคอมพิวเตอร์บางเครื่อง จะมีการกำกับตัวอักษร A และ B หรือ 1 และ 2 เพื่อความง่ายดายในการสังเกตด้วย)

ท้ายสุด ให้ถอดสายตัวต่อเชื่อมขนาดเล็ก ที่ต่อกับสวิทช์ด้านหน้ากับ LED

2. ถอดเมนบอร์ดตัวเก่าออกไป

โดยมากเมนบอร์ด จะถูกยึดติดกับเครื่อง ด้วยน็อตเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น (ราว 5 ตัว) ให้คุณจัดการ ไขเอาน็อตเหล่านั้น ออกให้หมด แต่อย่าลืมเก็บมันไว้ให้ดี เพื่อจะได้หาได้ง่ายๆ ในเวลาที่ต้องใช้งานอีก

ต่อจากนั้นให้คุณค่อย ๆ ดึงเอาเมนบอร์ดนั้นออกไป โดยค่อย ๆ เขย่าทีละน้อย ๆ อย่าฝืน หรือดึงแรง ๆ โดยที่ไม่ถนัด เพราะอาจทำให้เสียหาย แตกหักได้ ให้พยายามค่อย ๆ ดึงขึ้นมาตรง ๆ

3. ติดตั้ง RAM กับซีพียู

ก่อนที่คุณจะติดตั้งเมนบอร์ดเข้าไป ให้เสียบ RAM ตัวใหม่เข้าไปเสียก่อน (หากมีหลายตัว ก็ให้เสียบทั้งหมดเลย) โดยให้เริ่มจากช่องเสียบ RAM ที่มีข้อความว่า "Bank 0" หากเป็น RAM แบบ DIMM ซึ่งเป็น RAM รุ่นใหม่นั้น มันก็จะสามารถ เสียบเข้าได้แค่ด้านเดียว ซึ่งช่วนให้คุณ หมดปัญหา การเสียง RAM ผิดด้าน และให้คุณ พยายามเสียบมันเข้าไป ในช่องเสียบให้แน่น ทั้งนี้ ช่องเสียบจะมีสลักที่จะยึดเอา RAM ไว้โดยอัตโนมัติ หากมันถูกเสียบเข้าไปถูกต้องดีแล้ว

สำหรับ CPU นั้น โดยมากในปัจจุบันนี้ ก็มักจะมีช่อง สำหรับเสียบเช่นกัน ซึ่งวิธีการติดตั้ง ก็ง่ายดาย เพียงแค่คุณปลดสลัก ตรงช่องเสียบออก และเอาซีพียูตัวใหม่สอดเข้าไป ให้พยายามดูว่า จุดต่อเชื่อมต่าง ๆ ตรงกัน ต่อจากนั้น ให้ตรวจดูว่า ซีพียูถูกเสียบเข้าแน่นดีแล้ว และปิดสลักลงเหมือนเดิม หากซีพียูที่คุณใส่นั้นเป็นรุ่นเก่า ให้คุณดูให้ดีเช่นกันว่า มันสามารถเข้ากับช่องเสียบนั้น ได้แนบสนิทดีไม่หลุดเลื่อน

คำเตือน : ซีพียูทุกรุ่นต้องการความเย็น หากซีพียูของคุณ ไม่มีตัวดูดซับความร้อน หรือพัดลมติดตั้งในตัว คุณก็ต้องเลือกหา พัดลม CPU หรือ Heat Sink มีติดตั้งเพิ่มเติม กับตัว CPU เพื่อช่วยให้ CPU ของคุณ ทำงานได้อย่างราบรื่น และไม่ต้อง กังวลกับปัญหา อุณหภูมิ ที่สูงขึ้น ในขณะทำงาน

4. ติดตั้งเมนบอร์ดใหม่เข้าไป

สอดเมนบอร์ดใหม่เข้าไป ให้ดูทิศทาง การติดตั้งให้ถูกด้วยว่า ส่วนไหนเป็นส่วนบน-ล่าง ซึ่งคุณจะสังเกตได้

จากรูสำหรับติดตั้ง ที่ตรงกันตลอดแนว

เมื่อเสียบเมนบอร์ดเข้าที่แล้ว ให้ใช้ไขควงไขให้แน่น แต่ให้ค่อย ๆ ทำอย่ารุนแรงเพราะอาจจะเสียหายได้

5. ติดตั้งการ์ดและต่อเชื่อมสายอุปกรณ์ต่าง ๆ

ต่อจากนั้น ให้คุณติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ถอดออกมากลับเข้าที่เดิม อย่ารีบร้อน ให้ค่อย ๆ ทำอย่างระมัดระวัง เพื่อให้การติดตั้ง เป็นไปอย่างถูกต้องจริง ๆ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ย้อนกลับไปแก้ไขภายหลัง ข้อสำคัญ : อย่าลืมติดตั้งสายไฟพัดลม ของซีพียูเข้ากับเมนบอร์ดด้วย ต่อจากนั้นให้ติดตั้ง การ์ดอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าไปใน PC อีกครั้ง โดยใช้ไขควงช่วยไขให้แน่นขึ้นด้วย เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ให้ต่อเชื่อมสายอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าที่ ทั้งเมาส์ คีย์บอร์ด จอมอนิเตอร์ พรินเตอร์ ฯลฯ แต่อย่าเพิ่งรีบ ปิดฝาครอบ จนกว่าคุณจะแน่ใจว่า ทุกอย่างสามารถ ทำงานได้ตามปกติแล้วจริง ๆ ต่อจากนั้น ให้เสียบปลั๊กไฟ เป็นอันดับสุดท้าย

6. เปิดเครื่องได้เลย

เปิด PC ของคุณอีกครั้ง หากมันมีเสียงสัญญาณบูทเครื่องดัง และมีข้อความ ปรากฏบนหน้าจอ แสดงว่าเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ใหม่นี้ ก็อาจจะส่งผลกระทบ ต่อการเริ่มทำงานของ Windows ได้ แม้ว่าตามปกติ ระบบปฏิบัติการนี้ จะสามารถตั้งค่า Configuration ใหม่ ได้อีกครั้ง แต่คุณก็อย่าแปลกใจ หากพบว่า มันมีการติดตั้ง ตัวเองใหม่หลายครั้ง ในระหว่างการสตาร์ทเครื่องนั้น

หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือว่า PC ของคุณเกิดหยุดชะงัก ระหว่างการสตาร์ทเครื่องนั้น ให้คุณปิดเครื่อง และถอดปลั๊กไฟออก พร้อมทั้งตรวจดูข้อต่อต่าง ๆ ใหม่ทุกจุด ว่ามีการต่อเชื่อมเรียบร้อยหรือไม่ จากนั้นจึงสตาร์ทเครื่องใหม่อีกครั้ง หากมันยังเป็นอย่างเดิมอีก คุณก็ควรจะต้องติดต่อ กับบริษัทผู้ขายเมนบอร์ดนั้น เพื่อขอให้ช่างเทคนิคของเขา มาช่วยติดตั้งให้จะดีกว่า เพราะปัญหา อาจจะเกิดจากหลายจุด ทั้งในส่วนของเมนบอร์ดเอง ไปจนถึง CPU และ RAM ด้วย

 

คัดลอก, อ้างอิง
www.sanambin.com