การปรับปรุงระบบไฟฟ้าและอุณหภูมิให้กับ PC ของคุณ

ปรับปรุงระบบไฟฟ้าและอุณหภูมิกันดีกว่า

ถึงบทความนี้ จะไม่ได้กล่าวถึง CPU ความเร็วสูง, ระบบจัดเก็บข้อมูล ขนาดใหญ่ หรือ เทคโนโลยี กราฟฟิคการ์ด 3 มิติล่าสุด แต่เราคิดว่า บางครั้ง เราน่าจะมาพูดถึง ระบบเบื้องหลัง ซึ่งส่วนประกอบต่างๆ ต้องพึ่งพามันตลอดเวลา อย่าง Power Supply และ ระบบอุณหภูมิภายใน PC ของคุณ ที่หลายคน มักจะละเลย และลืมคิดไปว่า หากระบบทั้งสองล้มเหลวขึ้นมา ต่อให้คุณ มี CPU ความเร็วสูง ระดับ GHz หรือ RAM ขนาดใหญ่ ก็ไม่มีความหมายใดๆ เลย

หลายๆ คน ชื่นชอบกับการ ติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ๆ ลงบน PC ของคุณเอง ดังนั้น เมื่อแรกซื้อ มันอาจจะมาเพียง อุปกรณ์พื้นฐาน อย่าง CD-ROM , ลำโพง หรือจอมอนิเตอร์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ระบบของคุณ ก็จะใหญ่ขึ้น จากฮาร์ดดิสก์เพียงตัวเดียว ก็อาจต้องเพิ่มมาอีก 1 ตัว บวกกับ RAM ขนาดใหญ่ขึ้น รวมไปถึง Drive พิเศษ ทั้ง Zip Drive หรือ DVD - ROM ที่จะช่วยให้คุณ เพลิดเพลินกับงานมัลติมีเดีย ได้อย่างตื่นตา ซึ่งอุปกรณ์เพิ่มเติมเหล่านี้ ต่างก็ต้องการ พลังงานจากแหล่งจ่ายไฟทั้งสิ้น และถ้าคุณ ลืมคำนวณดูว่า Power Supply ของคุณ รองรับอุปกรณ์ทั้งหมดได้หรือไม่ มีสิทธิว่า ระบบของคุณ อาจล้มเหลวลง ด้วยปัญหา พลังงานไม่เพียงพอก็เป็นได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้ผลิต PC ทั้งหลาย จะทำการติดตั้ง Power Supply ราคาถูก ซึ่งมีประสิทธิภาพ เพียงพอ แค่อุปกรณ์มาตรฐาน ที่ติดตั้งมาให้เมื่อแรกซื้อเท่านั้น ด้วยสาเหตุสำคัญ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ที่สำคัญPower Supply ราคาถูกเหล่านี้ ไม่สามารถ รับมือกับกระแสไฟกระชาก, ไฟกระตุก ได้ดีนัก นั่นรวมไปถึง ยังมีปัญหา ในเรื่องคุณภาพของกระแสไฟ ที่จ่ายให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ ต่างก็มีผลโดยตรง ต่ออายุการใช้งาน ของ PC คุณเอง

นอกจากระบบไฟ จะมีผลโดยตรง ต่ออายุการใช้งานของ PC แล้ว ระบบควบคุมอุณหภูมิ ก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นเดียวกัน แต่เดิมนั้น คอมพิวเตอร์ จะต้องใช้งานอยู่ใน ห้องที่มีการควบคุมอุณหภูมิ ให้ต่ำเป็นพิเศษ เพื่อให้ไม่มีปัญหา ของระบบ ที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป จนเกิดอาการแฮงก์ขึ้นได้ แต่ถึงแม้ ทุกวันนี้ ระบบควบคุมอุณหภูมิ จะได้รับการพัฒนาขึ้นมามาก เพราะคุณ สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ ในอุณหภูมิห้องปกติ แต่เราก็ยังขอแนะนำว่า ให้คุณใส่ใจเรื่องนี้อีกสักนิด เพราะพัดลมราคาถูก ที่แถมมาพร้อม กับ CPU นั้น มีประสิทธิภาพ ไม่ดีนัก และหากมันหยุดทำงาน เพียงไม่กี่นาที CPU ของคุณ ก็อาจจะกลายเป็น ขนมปังปิ้งไปเลยก็ได้ ดังนั้นคำว่า "ตัดไฟ เสียแต่ต้นลม" จึงเป็นภาษิต ที่ไม่อาจละเลยได้ โดยเฉพาะในกรณีนี้

จริงอยู่ว่า ปัญหาความบกพร่อง ของ Power Supply จะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก อีกทั้ง ยังยากที่จะวิเคราะห์ปัญหาตรงส่วนนี้ แต่หากคุณ เกิดรู้สึกว่า เสียงหึ่งๆ ขอพัดลมระบายอากาศ ด้านหลังเครื่อง เกิดเงียบลง ในระหว่างที่คุณ กำลังทำงานอยู่ ขอให้คุณ มั่นใจได้เลยว่า เกิดปัญหาขึ้นแล้ว มาดูกันว่า เราได้เตรียม วิธีการอะไร สำหรับคุณ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้

1. ระบุตำแหน่งของ Power Supply

ปิดเครื่อง PC ของคุณ และอย่าลืมถอดปลั๊กไฟเชื่อมต่อ ทั้งหมดออกให้เรียบร้อย ( ถ้าไม่อยากโดนไฟดูด ) จากนั้น ให้ถอด ฝาครอบเครื่องออก ส่วนใหญ่แล้ว PC ที่ผลิตขึ้นมา ภายใน 3 - 4 ปีที่ผ่านมานั้น มักจะใช้ Power Supply ที่รองรับรูปแบบ ATX ซึ่งจะจ่ายไฟไปให้กับเมนบอร์ด ด้วยตัวเชื่อมต่อแบบแถวคู่ ในขณะที่ PC ที่เก่ากว่านั้น Power Supply จะรองรับรูปแบบ AT ซึ่งจะใช้ ตัวเชื่อมต่อแบบแถวเดี่ยว 2 ตัว อีกทั้ง ยังมีสาย Cable สีดำอีก 1 สายที่ทำหน้าที่เป็นสวิทช์ของระบบ ( ต่างจาก ATX ที่สามารถควบคุม Switch ได้จากเมนบอร์ดโดยตรง จึงไม่ต้องมีสาย switch เพิ่มขึ้นมาอีกให้เกะกะ )

จำเอาไว้ว่า ส่วนใหญ่แล้ว Power Supply ในรูปแบบของ ATX นั้น จะมีขนาด และรูปร่าง เดียวกัน ในขณะที่ในรูปแบบของ AT นั้น จะมีหลายขนาด และหลายรูปร่าง ขึ้นอยู่กับตัว Case และเมนบอร์ดที่คุณเลือกใช้ และยังมีข่าวร้าย สำหรับบางคนนั่นคือ ผู้ผลิตบางราย จะทำการติดตั้ง Power Supply แบบเฉพาะตัว ซึ่งไม่สามารถ นำเอา Power Supply ที่วางขายอยู่ในท้องตลาด มาเปลี่ยนแทนได้ วิธีการเดียว ที่คุณจะมั่นใจได้ว่า ระบบของคุณ จะไม่มีปัญหานั่นคือ ต้องส่งให้ช่างเทคนิค ของบริษัท ทำการเปลี่ยนให้

2. เลือกขนาดให้เหมาะสม

มันเป็นเรื่องยุ่งยากพอดู ในการซื้อ Power Supply ให้เหมาะสม กับระบบที่คุณใช้งานอยู่ นั่นหมายความว่า คุณจะต้องเลือกขนาด ของกำลังไฟ เพื่อให้รองรับกับ PC และอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณติดตั้งอยู่ ได้อย่างเพียงพอ โดยที่ แต่ละส่วนประกอบนั้น ต่างก็ต้องการกำลังไฟ ที่มากน้อยแตกต่างกันไป แต่คุณไม่ต้องกังวล ในเรื่องนี้ เพราะเรา ได้เตรียมตาราง ในเรื่องอัตราการบริโภคพลังงาน ของอุปกรณ์ต่างๆ มาไว้ให้แก่คุณ เพื่อคุณจะได้ คำนวณขนาดของ Power Supply ได้ถูกต้อง โดยให้คุณ เอาอัตราการบริโภคพลังงาน ของอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณติดตั้งอยู่ มารวมกัน จากนั้น ให้เพิ่มไปอีก 30% เพื่อไว้สำหรับ การทำงาน ให้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม ขนาดของมัน ส่วนใหญ่แล้ว จะตกอยู่ที่ 250 - 300 watt ซึ่ง ก็เพียงพอต่อการใช้งาน และไม่มีประโยชน์อันใด ที่คุณจะเลือกหาซื้อ Power Supply ที่รองรับพลังงาน ขนาดมากกว่านี้ เพราะทำให้สิ้นเปลืองเกินเหตุ




3. ถอดการตัวเชื่อมตัวเดิมออก

ให้ถอด สายไฟต่อเชื่อม จากเมนบอร์ด A และจาก Drive B ออก ถ้าหาก หัวต่อเชื่อม ติดแน่น ออกลำบาก ให้ดูว่า มีแถบล็อกการต่อเชื่อมหรือไม่ หากพบ ก็ให้คลายออกเสียก่อน แต่หากเป็น Power Supply บนรูปแบบ AT คุณจะมีงานเพิ่มมา โดยให้ถอดสวิทช์ไฟออก C แล้วจึงตามด้วย การถอดสายดิน D เป็นขั้นสุดท้าย

4. ถอด Power Supply ตัวเดิม

คลายน็อต ( ซึ่งปกติจะมี 4 ตัว ) ที่ตรึง Power Supply ตามมุมต่างๆ แล้วค่อยๆ ดันกล่อง Power Supply ออกจาก Case อย่างระวัง บางครั้ง คุณอาจต้อง ถอดสาย Cable ที่เชื่อมต่อ ระโยงระยางกับส่วนประกอบต่างๆ ออกด้วย เพื่อเปิดพื้นที่ ให้สามารถ ถอด Power Supply ออกได้อย่างสะดวก และถ้าหากว่า คุณจำเป็น ต้องถอดสาย Cable เหล่านั้นจริงๆ ให้คุณ โน๊ตเอาไว้ด้วยว่า สายใด ต่อเชื่อมกับสายใด และจดเอาไว้เป็นลำดับก่อนหลัง เพื่อคุณจะได้ ต่อเชื่อมสายเหล่านี้ กลับเข้าไปได้ถูกต้อง

5. ติดตั้ง Power Supply ตัวใหม่ แล้วต่อสายต่อเชื่อมต่างๆ กลับคืน

ให้ค่อยๆ ใส่ Power Supply ตัวใหม่ เข้าไปในตังถังเครื่อง แล้วจึงขันน็อตยึดติดให้เรียบร้อย จากนั้น ให้ต่อสายต่อเชื่อมต่างๆ กลับคืน ตั้งแต่ สายไฟต่อเชื่อม เมนบอร์ด รวมไปถึง สายไฟ ที่ต่อเชื่อมกับ Drive อื่นๆ ที่คุณถอดออกมา อีกทั้ง อย่าลืม ต่อสาย Cable อื่นๆ ที่คุณอาจจำเป็นต้องถอดออกมา ตามขั้นตอนที่ 4 กลับคืนไปด้วย

เฉพาะ Power Supply แบบ AT นั้น ( ตามรูปตัวอย่าง ) ดูให้แน่ใจว่า ตัวต่อเชื่อมสายไฟทั้ง 2 ตัว ที่ต่อกับเมนบอร์ดนั้น ถูกติดตั้งอย่างถูกต้องแล้ว โดย สายสีแดงนั้น จะต้องอยู่ด้านนอก ของหัวเชื่อมต่อเสมอ จากนั้น จึงใส่ Power Supply เข้าไปในตัวถังเครื่อง

6. ตรวจสอบค่า Voltage และเปิด Switch

สิ่งสำคัญ : ถ้าหาก Power Supply ของคุณ มาพร้อมกับ ตัวเลือกค่า Voltage ( ปุ่มสีแดง ที่อยู่ด้านหลัง บริเวณของ Power Supply ตามรูป ) ให้คุณ ตรวจดูค่า Voltage ที่เลือกอยู่นั้น ให้ตรงกันกับค่า Voltage ที่ใช้ในประเทศของคุณ ( ไทยใช้ค่า 220 V ) เมื่อแน่ใจแล้ว ให้คุณเสียบปลั๊กไฟ เข้ากับ เบ้าของ Power Supply ที่อยู่ด้านหลังเครื่อง สุดท้ายจึงเปิดเครื่อง ของคุณขึ้นมา

ในระหว่างที่เครื่องกำลังบูทขึ้นมานั้น คอยดูให้ดีว่า เครื่องสามารถบูทเครื่องเรียบร้อยดีหรือไม่ แต่หาก เครื่องของคุณ บูทไม่ขึ้น หรือไม่มีสัญญาณใดๆ เกิดขึ้น ให้ถอดปลั๊กไฟออก แล้วตรวจสอบ การติดตั้งของคุณ ตามขั้นตอนต่างๆ ที่ผ่านมา ดูว่า มีอะไรผิดพลาดหรือไม่ หรือเชื่อมต่อสายไฟ ถูกหรือไม่

ทำความเย็นให้กับ PC

เครื่อง PC เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชนิดหนึ่ง ที่มีความอ่อนไหว กับอุณหภูมิ และถึงแม้ว่า มันได้รับการพัฒนา ให้สามารถ ทำงานบนอุณหภูมิห้องปกติได้ แต่คุณก็คงเคยมีประสบการณ์ เครื่องแฮงก์ โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว อาการเช่นนี้ ส่วนนี้ ก็เป็นผลมาจาก อุณหภูมิที่สูงขึ้น จนเครื่องไม่สามารถ ทำงานต่อได้

คุณอาจไม่เข้าใจว่า แล้วทำไม มันจึงเป็นอุปกรณ์ ที่สร้างความร้อนให้เกิดขึ้น นั่นเป็นเพราะว่า ชิ้นส่วนภายใน อย่าง CPU, RAM, Graphic Card หรือ Harddisk ทำงานเกี่ยวข้องกับอิเล็กตรอนทั้งสิ้น เมื่ออิเล็กตรอน วิ่งไปมาภายในระบบ ด้วยความเร็วสูง และด้วยปริมาณมหาศาล มันจึงผลิตความร้อนให้เกิดขึ้นตลอดเวลา คุณอาจจะตกใจ เมื่อพบว่า CPU อย่าง Pentium III หรือ Athlon นั้น ผลิตความร้อนออกมา เกือบ 90 ํ C หรือเกือบถึงอุณหภูมิน้ำเดือน และยังสามารถ เกิดความร้อนได้มากกว่านี้ หากไม่มีการลดอุณหภูมิของมันลงมา ดังนั้น การจัดเตรียม ระบบหมุนเวียนอากาศภายในให้ดี การติดตั้งพัดลมเพิ่มเติม จึงเป็นหนทางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ PC ของคุณ กลายเป็นเครื่องปิ้งขนมปังไปเสียก่อน มาดูกันว่า ทางเลือกของคุณ มีอะไรกันบ้าง

 

คัดลอก, อ้างอิง
www.sanambin.com